ว่าเจ้าจะมัวรออยู่เฉย ๆ แบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้ารอแบบนี้ต่อไป จางซิ่วเอ๋อได้แต่งเข้าบ้านคนรวยไปมีชีวิตดี ๆ จริง ๆ แน่!” หลีฮวาทำหน้าหวังดีกับจางอวี่หมิน
จางอวี่หมินได้ฟังแล้วร้อนใจเหมือนกัน “แต่…..แต่ข้าก็บงการไม่ได้ว่าคุณชายฉินจะชอบใคร…..”
“มีคนจัดการจางซิ่วเอ๋อได้!” หลีฮวาเอ่ย
จางอวี่หมินพูดอย่างโมโห “หลีฮวา เจ้าไม่รู้อะไร จางซิ่วเอ๋อเป็นคนไม่เห็นผู้ใหญ่ในสายตา อย่าว่าแต่ข้าเลย ต่อให้เป็นพ่อนางเองก็ทำอะไรนางไม่ได้! คำพูดของข้าและแม่ข้านางยิ่งไม่มีทางฟัง!”
หลีฮวาได้ยินแล้วสายตาอึมครึมลง
นางนึกถึงคำพูดที่แม่หลินพูดกับนางก่อนออกจากบ้าน นางตัดสินใจแล้วว่าจะใช้วิธีที่แม่หลินบอกไปต่อกรกับจางซิ่วเอ๋อ
หลีฮวาได้สติกลับมา นางมองจางอวี่หมินตรงหน้า กดเสียงต่ำพลางบอก “ข้ามีความคิดดี ๆ แต่ไม่รู้ว่าเจ้าจะอยากทำหรือไม่”
จางอวี่หมินได้ฟัง ถามอย่างมีความหวัง “เจ้าพูดมาซิว่าเจ้ามีความคิดอะไร?”
“ข้าบอกเจ้าแล้วเจ้าห้ามบอกใครนะว่าข้าเป็นคนบอก” หลีฮวาเสริม
“ข้ารับรอง!” จางอวี่หมินเอ่ยปากทันที
หลีฮวาถึงพูดต่อ “ข้าบอกเจ้าก็เพราะเห็นเจ้าเป็นสหาย ถ้าเป็นคนอื่นข้าไม่ยุ่งด้วยหรอก”
“หลีฮวา ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้านี่เป็นคนดีที่หนึ่งเลย” จางอวี่หมินไม่เสียดายคำชมเลยสักนิด
หลีฮวากดเสียงต่ำ “อย่างไรเสียจางซิ่วเอ๋อก็เป็นสะใภ้ตระกูลเนี่ยเจ้าของที่ ต่อให้คุณชายเนี่ยตายไปแล้ว จางซิ่วเอ๋อโดนไล่กลับมา แต่นางยังเป็นคนตระกูลเน