เป็นทหาร?”
อันจิ่งเทียนใจหายวาบ ชายหัวหน้ากลุ่มตรงหน้าระมัดระวังอย่างยิ่ง ปืนพกในมือไม่เคยละไปจากหว่างคิ้วของเขาเลย
ทำยังไงดี? เขาคิดจะฉวยโอกาสที่ระยะทางใกล้เข้ามาแล้วแย่งปืน แต่ดูแล้วคงจะทำได้ยาก
เมื่อคิดว่าเพราะตัวเองอยากจะลงไปช่วยคน ถึงได้ทำให้คนร้ายกลุ่มนี้ได้โอกาส เขาก็รู้สึกขมขื่นและเสียใจในใจ เป็นความบุ่มบ่ามของตัวเองที่ทำร้ายทุกคน
เพียงแต่เขาไม่ได้สังเกตเห็นว่าจางเถี่ยข้างๆ มีสีหน้าประหลาด ยืนอยู่กับที่อย่างไม่ใส่ใจ
“ไอ้เวร อย่าคิดว่าข้าไม่กล้ายิงนะ บอกให้ยกมือขึ้นไว้บนหัวไม่ได้ยินรึไง”
ท่าทีที่ไม่สนใจของจางเถี่ยทำให้ชายที่เล็งปืนมาที่เขาโกรธจัด ชายที่มัดผมจุกเล็กๆ หน้าผากยุบดูเหมือนคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาโบกปืนพกไปมา เตะไปที่หลังของจางเถี่ยแต่กลับไม่ขยับเขยื้อน
ในช่องสื่อสารของทีม…
“หัวหน้าหลิน ทำไมไม่ให้ผมขึ้นไปบีบคอพวกมันให้ตายล่ะครับ?”
“แค่แมลงสาบสองสามตัวนี้ ผมฆ่าหมดได้ในวินาทีเดียว”
“จิ่งเทียนยังไม่เคยเห็นพวกเราลงมือ ผมว่าตอนนี้เขาคงจะกลัวจนขี้หดตดหายแล้ว”
หลินอันยิ้มเยาะ…ก็จริง
อันจิ่งเทียนนอกจากจะเคยเห็นหวงกังลงมือแล้ว ก็ไม่เคยเห็นผู้ปลุกพลังคนอื่นลงมืออีกเลย ตอนที่เขาฟื้นขึ้นมา ปัญหาก็ถูกแก้ไขไปหมดแล้ว ในใจของเขายังไม่มีภาพเกี่ยวกับพลังของผู้ปลุกพลัง กระทั่งอาจจะคิดว่าจางเถี่ยคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในทีม
ดังนั้น เมื่อเจอกับคนร้ายที่ถือปืน เขาก็จะคิดตามสัญชาตญา