องหูอี้และคนอื่นๆก็เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำในทันที ดวงตาฉายแววดุร้าย จ้องมองหลิวเหมยเอ๋อร์ อย่างเกรี้ยวกราด
แต่ตอนนี้ หลิวเหมยเอ๋อร์เป็นนักปรุงยาเกียรติยศของสำนักยาหอมแล้ว สถานะสูงส่งเกินกว่าที่พวกเขาจะแตะต้องได้ พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะสาปแช่ง ได้แต่ทำหน้าบึ้งตึง แอบด่าในใจสองสามคำ แล้วแอบทำท่าทางดูถูกเท่านั้น
หลิวเหมยเอ๋อร์ไม่สนใจหูอี้และคนอื่นๆอีก ก้มหน้าตั้งใจดูผลการเปรียบเทียบในมือ แต่สายตาอาฆาตและท่าทางดูถูกของหูอี้และคนอื่นๆกลับถูกหลี่ลี่ที่เพิ่งเข้ามาในสำนักทดลองยาเห็นเข้าพอดี
หลี่ลี่แค่นเสียงในใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีหลักฐาน คิดจะลงโทษพวกเขาก็ไม่มีทาง
จากนั้นหลี่ลี่ก็ฉีกยิ้มเดินอย่างรวดเร็วไปข้างๆ หลิวเหมยเอ๋อร์”เหมยเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องลำบากเช่นนี้ ตอนนี้ให้บำรุงร่างกายเป็นหลักมานี่กินยาลูกกลอนนี้เสีย” หลี่ลี่กล่าวพลางล้วงยาลูกกลอนออกมาจากอกเสื้อ
“ยาชำระวิญญาณ? มันแพงมากนะ ข้าควรกลับไปฝึกฝนตอนกลางคืนแล้วค่อยกิน จึงจะได้สรรพคุณเต็มที่” หลิวเหมยเอ๋อร์กล่าวอย่างตกตะลึง
ปัจจุบันความรู้เรื่องยาลูกกลอนก็มีมากมาย เพียงได้กลิ่นหอมของยาก็สามารถแยกแยะได้แล้ว
“เมื่อครู่ยังบอกว่ายาเสริมกระดูกราคาแพง ไม่ให้พวกข้าเพิ่ม แต่ตอนนี้กลับจะกินยาชำระวิญญาณที่แพงกว่าเสียเอง” เสี่ยวหมิงโกรธจนหายใจหอบ พูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจ
แม้หูอี้ทั้งสามคนจะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่แววตาโกรธเกรี้ยวนั้นก็ไม่