ุดโทรมอย่างสุดแสน
ชีวิตความเป็นอยู่ของจางซิ่วเอ๋อคงไม่ได้อู้ฟู่เท่าใด
สำหรับจางซิ่วเอ๋อ 5,000 ตำลึงเงินนั่นคงไม่ใช่เงินจำนวนน้อย
แต่ตอนที่จางซิ่วเอ๋อได้ยินคำว่า 5,000 ตำลึงเงิน นอกจากจะไม่มีรอยยิ้มปิติแล้วก็ไม่มีสีหน้าคาดหวังด้วย กลับมีสีหน้าครุ่นคิด
คุณชายฉินอึ้งมากที่นางต้องครุ่นคิด
จางซิ่วเอ๋อคิดอะไรอยู่กันแน่? ถึงเป็นเหตุให้นางไม่สนใจ 5,000 ตำลึงเงินนั่น
คุณชายฉินมองเด็กติดตามชุดเขียว เด็กติดตามชุดเขียวหยิบตั๋วเงินออกมาตั้งหนึ่งอย่างว่องไว คุณชายฉินวางตั๋วเงินเหล่านั้นลงบนโต๊ะ มองจางซิ่วเอ๋อพลางกล่าว “ข้านำตั๋วเงินมาแล้ว เจ้าเอาไปเมื่อไหร่ก็ได้”
“ถ้าเจ้ามองว่าตั๋วเงินไม่มั่นคง ข้าให้คนไปแลกเป็นตำลึงเงินให้เจ้าได้เดี๋ยวนี้เลย” คุณชายฉินกล่าว
จางซิ่วเอ๋อเงยหน้า มองคุณชายฉินและเอื้อนเอ่ย “คุณชายฉิน ท่านคิดว่าข้าไม่เชื่อใช่ไหมว่าท่านจะเอาตำลึงเงินจำนวนนี้ให้ข้าได้? หรืออาจจะคิดว่าท่านเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ?”
คุณชายฉินมีสีหน้าอึดอัดแวบผ่าน แต่เขาใจเย็นได้อย่างรวดเร็วและเอ่ยขึ้น “ข้าแค่อยากให้เจ้าเห็นความจริงใจของข้า”
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะ “ข้าเชื่อใจท่าน เชื่อขนาดที่ว่าต่อให้ข้าเรียกหมื่นตำลึงเงินท่านก็ให้ได้”
หมื่นตำลึงนี้ดูเหมือนโก่งราคา แต่จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าในเมื่อคุณชายฉินยอมควัก 5,000 ตำลึงเงินมาซื้อสูตรเครื่องเทศของตัวเองก็เล็งเห็นอนาคตของเครื่องเทศนี้แล้ว
ในเมื่อมองเห็น ต่อให้เป็นหมื