างนะ”
จางซิ่วเอ๋อชะงัก แค่นเสียง “ดูท่าเขาไม่ใช่คนยอมเสียเปรียบ ถึงเวลาต้องกลับมาหาเรื่องแน่”
“ถ้าอย่างนั้นซานหยา….” จางชุนเถาพูดอย่างเป็นกังวล
จางซิ่วเอ๋อกล่าว “ต่อให้เราไม่หาเรื่องเขา แล้วเจ้าคิดว่าเขาจะไม่มาหาเรื่องเหรอ?”
จางชุนเถาได้ฟังแล้วหายว้าวุ่น เอาปังตอสับเนื้อแรง ๆ อย่างหงุดหงิด “พี่พูดถูก! อย่างวันนี้ข้ากับซานหยาไม่ได้ไปหาเรื่องเขาเลย แต่เขาก็ยังมาหาเรื่อง!”
“ใช่ไหมล่ะ เขาเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าวันนี้พวกเราไม่ตอบโต้ หลังจากนี้เขาก็ไม่รังแกเราน้อยลงเพราะเรื่องนี้หรอก หากจะมาหาเรื่อง…?”
จางซิ่วเอ๋อพูดมาถึงตรงนี้แล้วหยุดไปครู่หนึ่ง พูดต่อด้วยสีหน้าชวนขนลุก “หากมาหาเรื่องหนึ่งครั้งก็สั่งสอนกลับไปครั้งหนึ่ง ถ้าสองครั้งก็สั่งสอนกลับเป็นครั้งที่สอง! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่หลาบจำ?”
จางชุนเถาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ที่จริงข้ากลัวว่าเขาจะไปฟ้องท่านย่า พี่ก็รู้ว่าท่านย่าเราไม่เห็นเด็กผู้หญิงอย่างเราอยู่ในสายตา แต่รักจางเป่าเกินอย่างกับเป็นยอดดวงใจ”
จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจ รู้สึกปวดหัวเหมือนกัน
แม่เฒ่าจางลำเอียงไปถึงขอบฟ้าแล้ว
จางซิ่วเอ๋อจึงพูดปลอบโยน “ถ้าจางเป่าเกินกล้าฟ้องจริง ๆ เราก็ต้องให้เขาได้รับผลที่ตามมาเหมือนกัน ครึ่งตำลึงเงินเลยนะ เขาไปเอามาจากไหน? ต่อให้ได้จากการฝากตัวเป็นศิษย์ ตอนนี้ยังไม่แยกบ้านกัน ตามความคิดว่าก็ต้องเป็นของนางทั้งหมด……”
……………………………………………………………………………………