รงหน้านาง
เขารูปร่างสูงโปร่งราวกับต้นสนที่ตั้งตระหง่าน ถึงแม้จะสวมใส่เสื้อผ้าสีเทาทำจากผ้าหยาบ แต่ยากจะปกปิดความดุดันที่แผ่ซ่านออกจากตัว
หน้าเขาขาวซีดเล็กน้อย เหมือนกับป่วยมานานไม่หายสักที ความขาวซีดนี้ลดความดุดันในตัวเขาลงไป เพิ่มความสง่าสูงส่งขึ้น
สรุปก็คือเพียงดูก็รู้ว่าคน ๆ นี้มากด้วยความรู้ความสามารถ
จางซิ่วเอ๋ออึกอักขึ้นมา หน้าแดงเล็กน้อย “ข้าไม่ได้ตั้งใจตามท่านมา….ไม่….ไม่สิ ข้าตั้งใจตาม…..”
จางซิ่วเอ๋อพบว่าไม่ว่าตัวเองจะพูดอย่างไรก็ดูผิดไปหมด
นางกัดฟันและพูดอีกครั้ง “ข้ามาเพื่อขอบคุณ”
“ไม่ต้อง เรื่องเล็กน้อยเหมือนแค่ยกมือ อีกอย่างเจ้าเคยช่วยข้าไว้ด้วย” ชายชุดเทากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังอธิบายเรื่องที่ธรรมดาเหลือแสน
แต่ยิ่งเขาเป็นแบบนี้ จางซิ่วเอ๋อก็ยิ่งรู้สึกผิด
นางรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปจริง ๆ เมื่อครู่ยังเข้าใจชายชุดเทาผิดและสั่งให้เขาอย่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน…..
“แล้วก็ ขอโทษ” จางซิ่วเอ๋อพูดแล้วรู้สึกแปลกพิกล อดเตะปลายเท้าตัวเองไม่ได้
ชายชุดเทามองจางซิ่วเอ๋ออย่างพิจารณาและพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เป็นสาวเป็นนางอย่าเล่นมีด เผลอโดนตัวเองจะทำอย่างไร?”
จางซิ่วเอ๋อชะงักเล็กน้อย ทำไมจู่ ๆ ถึงพูดเรื่องนี้ได้ล่ะ
“เรื่องนั้น ไม่ว่าอย่างไรเมื่อครู่ข้าก็ใช้น้ำเสียงไม่ดีกับท่าน เข้าใจท่านผิด” จางซิ่วเอ๋อกล่าวต่อ
ชายชุดเทาพยักหน้า “รู้แล้ว”
พูดเสร็จชายชุดเทาก็เดินผละจากจางซิ่วเอ