็นเรื่องใหญ่” แม่เฒ่าจางกล่าวต่อ
จางต้าหูพูดอะไรไม่ออก “ข้า…..”
“พี่สี่ ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้? ตอนแรกพี่ไม่ได้พูดแบบนี้นี่ ทำไมตอนนี้จะมาเปลี่ยนใจเสียล่ะ?” จางอวี่หมินมองจางต้าหูด้วยสีหน้าผิดหวัง
จางต้าหูลนลาน รีบเอ่ยขึ้น “อวี่หมิน อวี่หมิน เจ้าอย่าเป็นแบบนี้ พี่สี่ไม่ดีเอง……..”
แม่เถายืนทำหน้าเป็นกลางอยู่ข้าง ๆ พลางกล่าวขึ้น “ต้าหู เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าพี่สะใภ้อยากว่าเจ้า แต่เจ้าเป็นพ่อของจางซิ่วเอ๋อ ต่อให้จางซิ่วเอ๋อไม่ให้เงินเจ้าก็ต้องหาทางเอาเงินมาโปะสิ”
จางต้าเหอถลึงตาใส่แม่เถา “เจ้าไม่ต้องไปฟังที่พี่สะใภ้เจ้าซี้ซั้วพูด โปะเปอะอะไรกัน? ถึงแม้เงินนั่นข้าเป็นคนหามาเป็นส่วนมาก แต่ข้าให้ท่านแม่ไปแล้ว ท่านแม่จะเอาไปใช้อย่างไรก็ได้ ลูกสาวเจ้าสุดท้ายก็หลานข้าเหมือนกัน ไม่ใช่คนนอก! พวกเราไม่ถือหรอก!”
จางต้าเหอพูดวกวนไปมา เหมือนจะไม่ถือสา แต่พอนึกดูดี ๆ ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าไม่ใช่
จางต้าหูก้มหน้ากินเศษกับข้าวในถ้วยตัวเองกับโวโวโถวก่อนจะพูดเสียงซึม “ข้าเองก็ไม่มีเงินจะคืน……..”
“ใครบอกให้เจ้าคืนกัน? เจ้าดูลูกสาวเจ้าสิ จะตั้งป้ายวิญญาณให้คุณชายเนี่ยด้วย! ตระกูลเนี่ยถึงกับเอาอาหารจากอิ๋งเค่อจวีให้นางกิน ไม่รู้ว่าลับหลังให้เงินนางเท่าไหร่…..ตระกูลเนี่ยมั่งคั่งร่ำรวย ตกรางวัลนิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอให้คนจน ๆ อย่างเราใช้ไปทั้งชาติแล้ว!” แม่เฒ่าจางพูดเกินจริง
“ใช่แล้วพี่สี่ หรือพี่ทนเห็นจางซิ่วเอ๋อกินดีอย