าไปจวี๋ฮวานี่ก็โชคดีจริง ๆ ที่ได้แม่สามีแบบนี้ เหมือนแม่แท้ ๆ ที่ไม่อยากให้นางเหนื่อยไม่อยากให้นางร้อน
ปล่องควันบ้านจวี๋ฮวามีควันลอยกรุ่นออกมา จางซิ่วเอ๋อเรียกอยู่หน้าบ้านและพบว่าไม่มีใครสนใจตัวเอง นางมองรั้วที่แง้มไว้และผลักเข้าไป
ประตูห้องครัวเปิดอยู่ มีเสียงน้ำเดือดดังออกมาจากข้างในเนือง ๆ
ดูท่าเป็นเพราะเสียงนี้แหละจวี๋ฮวาถึงไม่ได้ยิน
จางซิ่วเอ๋อจึงทักทายอยู่หน้าประตู “จวี๋ฮวาอยู่ไหม?”
ไม่นานนัก จวี๋ฮวาโผล่ออกมาจากห้องครัวที่ฟุ้งไปด้วยควัน มองจางซิ่วเอ๋ออย่างดีใจพลางกล่าว “ซิ่วเอ๋อ เจ้าเองเหรอ?”
จางซิ่วเอ๋อเหลือบมองเข้าไปในห้องครัวพลางกล่าวยิ้ม ๆ “เจ้าทำกับข้าวอยู่เหรอ?”
จวี๋ฮวาพยักหน้า “ใช่ ข้าเพิ่งจะนึ่งหมั่นโถว เดี๋ยวว่าจะผัดผักอีกจาน”
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยยิ้ม ๆ “ข้าเอาของกินมาให้เจ้า เย็นนี้เจ้าจะได้ไม่ต้องทำกับข้าวเยอะมาก”
พูดไปจางซิ่วเอ๋อก็ยกถ้วยใหญ่ออกจากตะกร้า
บอกว่าเป็นถ้วยใหญ่ ก็หมายความว่าไม่ใช่ถ้วยขนาดกินข้าวทั่วไป ใหญ่กว่าถ้วยปกติอยู่ไม่น้อย เนื้อติดกระดูกเต็มถ้วยนี่พอเป็นจานเสริมให้อาหารเย็นนี้ของบ้านจวี๋ฮวา
จวี๋ฮวาอึ้งงันไป เนื้อนี่ไม่น้อยเลยนะ
“ซิ่วเอ๋อ เจ้าทำอะไรเนี่ย? ของแบบนี้ข้าไม่กล้ารับไว้หรอก” จวี๋ฮวารีบโบกมือปฏิเสธ
จางซิ่วเอ๋อกลับพูดขึ้น “เจ้าเก็บไว้เถอะ ไม่อย่างนั้นวันหน้าข้าไม่กล้ามาขออะไรจากบ้านเจ้าแล้ว”
จวี๋ฮวามองจางซิ่วเอ๋อ ไม่กล้าขออะไรกัน? จางซิ่งเอ๋อเค