ื่อครู่พวกนางพุ่งเข้ามาด้วยความหัวร้อน ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้สติกลับมาแล้ว พวกนางกลัวจริง ๆ
ตอนนี้แม่หลินเองก็คิดได้แล้ว จึงตะโกนด่าใส่ด้านใน “เจ้าอย่านึกนะว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ เจ้าคิดว่าพอคนทั้งหมู่บ้านเห็นเรื่องของเจ้ากับลูกชายข้ากันหมด ข้าจึงจำต้องตกลง เจ้าเลิกฝันเถอะ ข้าไม่ตกหลุมพรางหรอก”
จางซิ่วเอ๋อเหยียดหยัน “ข้าทั้งพูดดีทั้งพูดไม่ดีไปหมดแล้ว ถ้าพวกท่านยังยืนกรานจะรอข้าก็จนปัญญา แต่ข้าว่าพวกท่านเอาเวลานี้ไปตามหาเขาดีกว่า”
“ชุนเถา ไปกันเถอะ เราไปนอนกัน แถวบ้านผีสิงไม่ค่อยปลอดภัยเวลากลางคืน ถ้าเห็นของต่ำตอนกลางคืนแบบนี้แย่แน่” จางซิ่วเอ๋อเอ่ย
พูดมาถึงตรงนี้ จางซิ่วเอ๋อเข้าไปหยิบกระดาษเงินในบ้านออกมากำหนึ่ง ขึ้นไปยืนบนโต๊ะและโปรยใส่อากาศ
กระดาษเงินลอยละล่องออกไปข้างนอก
“จางซิ่วเอ๋อเป็นคนทำแน่ ๆ! ท่านแม่ ท่านไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ…..” หลีฮวาปลอบแม่หลินทั้งที่ตัวสั่นเทา
บรรยากาศที่นี่อึมครึมชวนขนลุกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บัดนี้มีกระดาษเงินลอยอยู่ในอากาศด้วย ไม่ต้องอธิบายว่าน่าสยดสยองขนาดไหน
จางซิ่วเอ๋อไม่กลัวว่าแม่หลินและหลีฮวาจะอยู่เฝ้าตลอด อย่างไรเสียหากนางไปตามหมอไม่ได้ สุดท้ายคนที่เจ็บตัวคือคนที่สำคัญกับพวกนางสองคน
แต่พอนางนึกถึงสวี่อวิ๋นซานก็ยังรู้สึกผิดอยู่ จึงตั้งใจจะช่วยเต็มที่ และหวังว่าตัวยุ่งสองคนนั้นจะรีบไปเสีย
บัดนี้จางซิ่วเอ๋อนั่งฟังสุ้มเสียงอยู่ในสวน แต่ตัวน