างเองไม่ส่งเสียงใด ๆ นางรู้ว่าถ้าตัวเองพูดอะไรออกไปจะเป็นการเสริมความกล้าให้แม่หลินและหลีฮวา ต่อให้ด่าแรงแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์
ต้นไม้ที่ห่างจากบ้านผีสิงไม่ไกลมีคนยืนอยู่ด้านบนสองคน เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งข้างในและข้างนอกบ้านผีสิง
เจ้านายและบ่าวสองคนนั้นที่โรงเตี๊ยมนั่นเอง
เถี่ยเสวียนเอ่ยเสียงเบา “เจ้านาย วันนี้คึกครื้นเชียวนะขอรับ”
พูดไปสักพัก เถี่ยเสวียนซ่อนความสมน้ำหน้าในน้ำเสียงไว้ไม่มิด
ชายชุดเทาเหลือบมองเถี่ยเสวียน ชี้สองแม่ลูกและกล่าว “จัดการซะ”
เถี่ยเสวียนตาโต “ฆ่าทิ้งรึขอรับ?”
ชายชุดเทาขมวดคิ้ว “แกล้งเป็นผี! ทำให้พวกนางกลัวจนหนีไป!”
เถี่ยเสวียนได้ยินว่าเจ้านายตัวเองจะให้ตัวเองไปปลอมตัวเป็นผี ไม่เต็มใจสุด ๆ “ไม่ไปขอรับ!”
“จะไปไม่ไป?” ชายชุดเทาถามเสียงเย็น
เถี่ยเสวียนกัดฟัน “ไม่ไป!”
ไม่รู้ว่าเจ้านายตัวเองเป็นอะไรไป พวกเขาอุตส่าห์ฟื้นตัวได้เพราะนอนกลางวัน เจ้านายพาตัวเองมาวนเวียนแถวบ้านผีสิงอีกแล้ว บอกอยากดูว่ามีอะไรให้ช่วยไหม?
มีอะไรที่ต้องช่วยอีก?
ตอนนี้เขาแทบจะเป็นช่างก่อสร้างอยู่แล้ว ทั้งซ่อมบ้าน ซ่อมโต๊ะ ก่อกำแพงขึ้นใหม่ สร้างประตูให้แข็งแรง….
เขาไม่ได้ต่อต้านการตอบแทนบุญคุณของเจ้านาย แต่ช่วยตอบแทนทีหลังได้ไหม?
วันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เขาไม่ต้องทำงาน แต่ชายอกสามศอกอย่างเขาต้องไปปลอมตัวเป็นผี! เขาไม่ยอมหรอก!
ชายชุดเทาเอ่ย “งั้นข้าไปเอง”
“เจ้านาย! ได้ ๆๆ ข้าไปเอง!” เถี่ยเสวี