ต่าย ถึงแม้กระต่ายตายแล้วแต่นางไม่อยากลอกหนังของกระต่ายตัวนี้ เรื่องนี้จะให้ทำนางก็ทำได้ แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรี พอนึกถึงเรื่องแบบนั้นปวดหัวอยู่พอควร
จ้าวเอ้อร์หลางมองทะลุความคิดของจางซิ่วเอ๋อ เขากล่าวยิ้ม ๆ “พี่ซิ่วเอ๋อ ข้าช่วยทำขอรับ”
พูดจบจ้าวเอ้อร์หลางก็วางฟืนที่ตัวเองเอามาลง และยื่นมือไปรับกระต่ายในมือจางซิ่วเอ๋อ
จ้าวเอ้อร์หลางไม่รู้สึกกลัวจริง ๆ เขาและบัณฑิตจ้าวใช้ชีวิตกันเพียงสองคน ตอนหิวจนแทบคลั่งมีอะไรที่ไม่เคยกินบ้าง
อย่าว่าแต่กระต่ายเลย ต่อให้เขาจับงูบนเขาได้ก็กล้าเอากลับมาลอกหนังแล้วกิน
จางซิ่วเอ๋อเห็นดังนั้นอดอุทานไม่ได้ว่าโชคดีที่มีจ้าวเอ้อร์หลาง
ไม่อย่างนั้นต่อให้นางได้กิน ก็ต้องรู้สึกมีปมในใจ
จ้าวเอ้อร์หลางช่วยทำความสะอาดกระต่าย ส่วนจางซิ่วเอ๋อเลือกผักที่เอากลับจากตระกูลโจวออกมา ถึงเนื้อจะอร่อย แต่จางซิ่วเอ๋อชอบให้มีทั้งเนื้อทั้งผัก ไม่อย่างนั้นกินเนื้อมากเกินไปจะเลี่ยนเอา
ข้าวดี ๆ ถือว่าแพงพอสมควรสำหรับจางซิ่วเอ๋อในตอนนี้ จางซิ่วเอ๋อจึงไม่คิดจะกินทุกวัน
เย็นวันนั้น จางซิ่วเอ๋อจึงนึ่งหมั่นโถว
มื้อเย็นมีกับข้าวทั้งหมดสองอย่างด้วยกัน นอกจากตุ๋นเนื้อกระต่ายแล้วยังมีผัดปวยเล้ง
บัณฑิตจ้าวเห็นอาหารเลิศรสขนาดนี้เกิดกระดากอายนิดหน่อย “ซิ่วเอ๋อ เจ้าทำกับข้าวไว้ดีเกินไปแล้ว อีกหน่อยเรากินอะไรง่าย ๆ กันเถอะ”
บัณฑิตจ้าวกลัวว่าที่จางซิ่วเอ๋อกินดีขนาดนี้เพราะเขาอยู่ด้วย
จางชุน