เถายิ้มตาหยี “ท่านอาวางใจแล้วกินเถอะเจ้าคะ ปกติพี่ใหญ่ข้าทำแต่ของดี ตอนแรกข้าก็คิดว่าไม่ดี แต่พอชินแล้วก็ไม่มีอะไร……”
“มีอยู่คำหนึ่งที่พี่ใหญ่พูดถูก เรื่องเงินทองตอนเกิดเอามาด้วยไม่ได้ ตอนตายเอาไปด้วยไม่ได้ ที่กินลงท้องสิถึงจะเรียกว่ากำไร” จางชุนเถาทวนประโยคที่วันหนึ่งจางซิ่วเอ๋อพูดดักนางบัณฑิตจ้าวฟังแล้วอึ้งนิดหน่อย คงคิดไม่ถึงว่าจางซิ่วเอ๋ออายุแค่นี้ก็คิดได้ขนาดนี้“เอ้อร์หลางกำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ต้องกินเยอะ ๆ หน่อย ท่านอาจ้าวเองก็ต้องกินเยอะ ๆ พอร่างกายอาแข็งแรงขึ้น ถึงตอนนั้นจะได้ดูแลพวกเราอย่างไรล่ะเจ้าคะ” จางซิ่วเอ๋อกล่าวยิ้ม ๆบัณฑิตจ้าวพยักหน้าและเริ่มกินข้าว แต่เขากินอาหารที่เป็นผักมากกว่าอาหารที่เป็นเนื้อจางซิ่วเอ๋อเห็นแล้วไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี นึกในใจแค่ว่าเดี๋ยวพอกินข้าวด้วยกันนานวันเข้า สุดท้ายบัณฑิตจ้าวก็คุ้นชินแล้วจะได้ไม่ต้องเก้อเขินอยู่แบบนี้แต่ไม่ว่าอย่างไรบัณฑิตจ้าวก็ได้กินอิ่มที่บ้านจางซิ่วเอ๋อนี่เขาพยายามควบคุมสุดขีดแล้วนะ ถ้าไม่ควบคุมเขาต้องกินจนจุกแน่ต่อให้เป็นผักที่จางซิ่วเอ๋อผัดยังอร่อยเป็นพิเศษ ไม่เหมือนที่บ้านบัณฑิตจ้าว นอกจากจะเสียดายไม่กล้าใส่น้ำมันแล้ว แม้แต่เกลือก็เสียดายไม่กล้าใส่และฝีมือจ้าวเอ้อร์หลางนั้นจำกัด ปกติไม่ว่าที่บ้านมีอะไรเขาจะเอามาต้มอยู่ในหม้อเดียวกันทั้งหมด กินไปทั้งน้ำแค่กินอิ่มยังเป็นปัญหา สำหรับตระกูลจ้าวแล้ว การกินดีนับเป็นเรื่อง