ไม่มีข้อแม้ใด ต้องซึ้งใจมากแน่ ๆ
จางซิ่วเอ๋อมองอุปกรณ์ที่บัณฑิตจ้าวเตรียม และรู้สึกว่าบัณฑิตจ้าวคิดได้รอบคอบจริง ๆ
นางเองไปสอบถามราคาสี่สิ่งล้ำค่าในห้องสมุดมาแล้ว
หากซื้อชุดที่ถูกที่สุดก็มีราคาถึง 3 ตำลึงเงิน และกระดาษและหมึกนั้นหมดไวมาก ตอนนี้จางซิ่วเอ๋ออยากซื้อก็ไม่มีเงินซื้อ
แต่จางซิ่วเอ๋อมีแผนในใจแล้วว่ารอให้อีกหน่อยมีเงินมากพอต้องซื้ออยู่ดี
การเขียนหนังสือด้วยกิ่งไม้ต้องไม่เหมือนกับการใช้พู่กันเขียนบนกระดาษเป็นแน่
วันนี้บัณฑิตจ้าวไปทบทวนหนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นอีกครั้งเพื่อจะได้สอนพี่น้องตระกูลจางให้ดี และคิดไว้ดีแล้วว่าจะสอนพวกนางอย่างไร
สิ่งที่บัณฑิตจ้าวสอนสามพี่น้องเป็นอย่างแรกคือชื่อของพวกนาง
อักษรโบราณและอักษรที่จางซิ่วเอ๋อเรียนมาในยุคปัจจุบันมีจุดที่เหมือนกันอยู่ แต่ซับซ้อนกว่ามาก
บัณฑิตจ้าวเขียนชื่อของจางซิ่วเอ๋อเพียงครั้งเดียว จางซิ่วเอ๋อก็พอจำได้แล้ว
ส่วนการจรดตัวอักษรนั้น อย่างไรเสียจางซิ่วเอ๋อก็เป็นคนที่เคยเรียนมาก่อน การจรดจึงไม่บิดเบี้ยวไปมา หากใช้พู่กันจางซิ่วเอ๋ออาจจะเขียนได้ไม่สวยนัก แต่ถ้าใช้กิ่งไม้ อักษรของจางซิ่วเอ๋ออาจจะไม่ได้สวยมาก แต่ท้ายสุดยังดูเป็นตัวอักษรเรียบร้อยอยู่
“อาจารย์ ช่วยดูหน่อยเจ้าค่ะว่าถูกหรือไม่?” จางซิ่วเอ๋อเปลี่ยนไปเรียกบัณฑิตจ้าวว่าอาจารย์แล้ว แน่นอนว่าเฉพาะตอนที่เรียนหนังสือ ปกติเรียกอย่างไรก็ยังเรียกตามเดิม
……………………………………