คยเรียนมาก่อน การจรดจึงไม่บิดเบี้ยวไปมา หากใช้พู่กันจางซิ่วเอ๋ออาจจะเขียนได้ไม่สวยนัก แต่ถ้าใช้กิ่งไม้ อักษรของจางซิ่วเอ๋ออาจจะไม่ได้สวยมาก แต่ท้ายสุดยังดูเป็นตัวอักษรเรียบร้อยอยู่“อาจารย์ ช่วยดูหน่อยเจ้าค่ะว่าถูกหรือไม่?” จางซิ่วเอ๋อเปลี่ยนไปเรียกบัณฑิตจ้าวว่าอาจารย์แล้ว แน่นอนว่าเฉพาะตอนที่เรียนหนังสือ ปกติเรียกอย่างไรก็ยังเรียกตามเดิม……………………………………
หลังกินอิ่มแล้ว บัณฑิตจ้าวจึงหยิบเอาอุปกรณ์ที่ตัวเองเอามาใช้เรียนหนังสือออกมา
เนื่องจากกระดาษและพู่กันแพงเกินไป บัณฑิตจ้าวเองก็ไม่มีของพวกนี้ เขามีเพียงหนังสือที่เก็บไว้นานจนเหลือง
แต่ด้วยความที่เมื่อก่อนเคยสอนจ้าวเอ้อร์หลางอ่านหนังสือ บัณฑิตจ้าวเคยตีกล่องไม้ที่ใส่ทรายได้ บรรจุทรายลงไปในนั้น แล้วใช้กิ่งไม้เขียนหนังสือบนนั้นได้ ใช้อย่างไรก็ไม่พังและไม่ต้องเสียเงิน
วันนี้บัณฑิตจ้าวและจ้าวเอ้อร์หลางจึงตีกล่องไม้อย่างนี้ออกมาสามกล่องอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามพี่น้องตระกูลจางใช้
มาถึงตอนนี้จางซานหยาถึงรู้ว่าตัวเองต้องเรียนหนังสือ
นางไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมเด็กผู้หญิงแบบตนต้องเรียนหนังสือด้วย และพึมพำในใจว่าคนที่ต้องไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนมีแต่เด็กผู้ชายไม่ใช่เหรอ
แต่นางไม่ได้ถามสิ่งที่สงสัยในใจออกมา ในสายตาจางซานหยา พี่ใหญ่และพี่รองให้นางทำอะไรนางทำให้ดีก็พอ อย่างไรเสียพี่สาวสองคนนี้ไม่ทำร้ายนางหรอก
ถ้าจางซิ่วเอ๋อรู้ว่าจางซานหยาเชื่อใจนางโดย