้าสวี่อวิ๋นซานกระอักกระอ่วนนิดหน่อย “ไม่…..ไม่เป็น จริงสิ ข้าจำได้ว่าหน้าต่างบ้านเจ้าพัง ถ้าเจ้าต้องการซ่อมข้าเรียกคนมาซ่อมให้ได้”
เขาเป็นมือดีเรื่องล่าสัตว์ แต่เรื่องอื่น ๆ อย่างเช่นฝีมือช่างไม้ เขาทำไม่ค่อยเป็นนัก
คราวนี้จางซิ่วเอ๋อเบาใจลง สวี่อวิ๋นซานไม่ได้ทำ ก็หมายความว่านางไม่ติดหนี้บุญคุณสวี่อวิ๋นซานอะไรอีก แต่แล้วในใจก็กระตุกวูบอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่สวี่อวิ๋นซานแล้วเป็นใครกัน
“ซิ่วเอ๋อ เจ้าคิดอะไรอยู่” สวี่อวิ๋นซานเห็นจางซิ่วเอ๋อใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจึงเอ่ยถาม
จางซิ่วเอ๋อสงบใจและกล่าว “ไม่มีอะไร ใกล้จะถึงตีนเขาแล้ว เจ้าไปก่อนเถอะ”
สวี่อวิ๋นซานรู้ว่าจางซิ่วเอ๋อต้องการเว้นระยะห่างกับตัวเอง อดมีสีหน้าผิดหวังไม่ได้
เขามองกระต่ายสองตัวในมือตัวเองแล้วเอ่ย “เดี๋ยวก่อน ซิ่วเอ๋อ กระต่ายนี่เจ้าเอากลับไปกินเถอะ”จางซิ่วเอ๋อส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก”“งั้นเอาอย่างนี้ เจ้าเอากลับไปหนึ่งตัว บ้านข้าแค่ตัวเดียวก็พอกินแล้ว อีกตัวจะเอาไปขายที่ตัวเมืองก็ไม่ได้ ถ้าเน่าคงเสียดายแย่” สวี่อวิ๋นซานบอกจางซิ่วเอ๋อเหลือบมองกระต่ายขนเทา ถึงจะไม่ได้น่าดูชมเท่าไหร่ แต่ตัวอ้วนจริงเชียวนางครุ่นคิดก่อนจะถาม “ถ้าเจ้าเอากระต่ายไปขายที่แคว้น ขายได้เท่าไหร่เหรอ”สวี่อวิ๋นซานบอก “กระต่ายตัวนี้แค่ 4 ชั่ง ขายได้ไม่ถึง 50 เหรียญหรอก”สวี่อวิ๋นซานตอบไปอย่างนั้นเพราะเห็นจางซิ่วเอ๋อถาม แต่ตอนนี้กลับเห็นจางซิ่วเอ๋อปลดถุงเงินออกจ