งดังชัดเป็นพิเศษในเวลากลางคืน
เสียงนี้ทำให้จางซิ่วเอ๋อนึกถึงโซ่ลากวิญญาณของยมทูตหน้าขาวหน้าดำ นางตัวสั่นขึ้นมาทันที
ได้ยินเสียงแบบนี้ตอนกลางคืนในที่ที่ไม่มีคนมา ช่างน่าสยองอะไรอย่างนี้
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อไม่รู้ว่าข้างนอกนั่นเป็นตัวอะไร ไม่ว่าจะคนหรือผี จางซิ่วเอ๋อก็รู้สึกว่ามาโดยไม่หวังดี
คนที่มาที่แบบนี้ตอนกลางคืน ต้องคิดไม่ดีแน่ ๆ
ส่วนผี?
จางซิ่วเอ๋อคิดมาถึงตรงนี้รู้สึกเสียวสันหลัง
นางไม่เชื่อหูครึ่งเซียน แต่จางซิ่วเอ๋อคิดไม่ตกเรื่องที่ในโลกนี้มีผีจริงหรือไม่ หากมนุษย์ไม่มีวิญญาณ แล้วทำไมนางถึงฟื้นคืนชีพในร่างใหม่ได้ล่ะ
จางซิ่วเอ๋อลงจากเตียง อยากจะออกไปดูข้างนอกหน่อย แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าออกไป
ท้ายที่สุด นางจึงลงกลอนหน้าต่างไว้อย่างแน่นหนา ส่วนประตูก็ล่ามไว้เช่นกัน และยกเก้าอี้ไปขวางประตูด้วย
นางกลัวว่าจะไปรบกวนจางชุนเถา แล้วนางต้องมาวิตกกับตนด้วย ตอนลงกลอนจึงทำด้วยความระมัดระวัง
หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย จางซิ่วเอ๋อจึงเอนตัวลงนอนบนเตียง แต่ตอนนี้กลับนอนไม่หลับเสียแล้ว
ผ่านไปสักพัก เสียงจากในสวนเปลี่ยนจากเสียงโซ่ตรวนกระทบกันเป็นเสียงทุบกำแพง ทำให้จางซิ่วเอ๋อรู้สึกไม่สบายใจเข้าไปใหญ่
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จางซิ่วเอ๋อถึงนอนหลับไหลได้ในที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น จางซิ่วเอ๋อก็ได้ยินชุนเถาตะโกนเรียกจากในสวน “พี่ใหญ่! รีบออกมาดูเร็วเจ้าค่ะ!”
จางซิ่วเอ๋อกระเด้งตัวขึ้นจากเตียง นึกถึงเสียงประหล