งซิ่วเอ๋อโดนวิญญาณร้ายสิงใช่ไหม! ถึงกับมีวิชาอาคมขนาดนี้ด้วยหรือ!”
หูครึ่งเซียนหน้าดำคร่ำเครียด “นังปีศาจ! ยังไม่รีบวางลงอีก!”
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะ “ปีศาจ? เจ้าระวังคำพูดหน่อยนะ! เมื่อครู่เจ้าเพิ่งบอกว่าข้าถูกวิญญาณร้ายสิง ปีศาจกับวิญญาณร้ายต่างกันมากโขทีเดียว! หรือเจ้าความจำไม่ดี? จำบทตัวเองไม่ได้แล้วพูดผิด?”
พูดเสร็จจางซิ่วเอ๋อก็หันกลับมา และยื่นยันต์เหลืองในมือให้คนสามสี่คนที่มุงอยู่
“ข้าโดนวิญญาณร้ายสิงร่างที่ไหนกัน ไม่ว่าใครในพวกเจ้าก็จุดยันต์เหลืองนี่ได้โดยเอาอะไรมาถูทั้งนั้น ไม่เชื่อพวกเจ้าก็ลองดู!” จางซิ่วเอ๋อแจกจ่ายกระดาษยันต์
ตอนแรกมีคนไม่กล้ารับ
แต่หลังจากนั้นทุกคนก็คิดว่าอย่างไรเสียก็เป็นยันต์คาถาของหูครึ่งเซียน ไม่มีผลร้ายอะไรหรอก
จึงมีพวกชอบแส่หาเรื่องรับมา ไม่ว่าจะใช้หินหรือกิ่งไม้ เพียงถูเบา ๆ กระดาษก็ลุกเป็นไฟ
หูครึ่งเซียนมองภาพนี้ด้วยหน้าดำคร่ำเครียด
หูเปียวก็นิ่งต่อไม่ไหว “พวกเจ้าทำอะไร! ทำอะไร! พวกเจ้ารู้ไหมว่ายันต์นี่ถูกวิญญาณร้ายสาป! พวกเจ้าระวังจะมีโชคร้ายนะ!”
บางคนที่กำลังจะลองก็ตกใจจนโยนยันต์ในมือทิ้ง
หูครึ่งเซียนเอ่ยเสียงเข้ม “ข้าจะบอกพวกเจ้าให้นะ พวกเจ้าเข้าทางวิญญาณร้ายนั่นแล้ว!”
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยเสียงดัง “ทุกคนอยากรู้ไหมว่าทำไมพวกท่านถึงจุดยันต์พวกนี้ได้?”
“ซิ่วเอ๋อ เจ้ารู้สาเหตุเหรอ?” จวี๋ฮวาถามเสียงเบาอยู่ในฝูงชน
ได้ยินจวี๋ฮวาช่วยตัวเอง จางซิ่วเอ๋ออุ่นใจข