ลึงเงินที่เจ้าให้มาไม่ได้บอกว่าจะให้ข้าไปไล่ผีที่บ้านผีสิงนี่ ไปประมือกับผีที่นั่นเลยต้องผลาญอายุขัยข้าเพิ่มอีก ก็ต้องใช้ตำลึงเงินเพิ่มสิ”
พูดมาถึงตรงนี้หูครึ่งเซียนชะงัก “หรือเจ้าจะช่วยจางซิ่วเอ๋อออกเงินก้อนนี้?”
แม่เฒ่าจางสีหน้าเย็นยะเยือก “เงินก้อนของข้าก็ต้องให้จางซิ่วเอ๋อออก! จะให้ข้าออกได้อย่างไร!”
จางซิ่วเอ๋อฟังจากบทสนทนาของทั้งคู่พอเข้าใจแล้ว ว่าแม่เฒ่าจางใช้ไป 8 ตำลึงเงินเพื่อหาเรื่องมาใส่ร้ายตัวเอง แล้วยังให้ตัวเองออกเงินก้อนนี้ด้วย
ส่วนหูครึ่งเซียนน่ะเหรอ? อยากจะหลอกเงินจากนางไปอีก 10 ตำลึงเงินด้วย
สรุปก็ทำไปเพื่อตำลึงเงินนั่นแหละ!
ไม่ต้องพูดเรื่องที่ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อไม่ได้มีตำลึงเงินมากมายขนาดนั้นจริง ๆ เพราะนางใช้ไปเยอะ ต่อให้จางซิ่วเอ๋อมี นางก็ไม่ยอมจ่ายสักแดงเดียว!
จางซิ่วเอ๋อเข้าใจต้นสายปลายเหตุแล้วจึงมองหูครึ่งเซียนพลางกล่าว “หูครึ่งเซียน เจ้าจะให้ข้าจ่ายก็ได้ ข้าไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล ถ้าเจ้าพิสูจน์ให้ข้าเห็นได้ว่ามีผีสิงข้าอยู่ ข้าเชิญเจ้าไปไล่ผีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าโต้เถียงกับหูครึ่งเซียนไปก็เปล่าประโยชน์
ยิ่งตัวเองปฏิกิริยารุนแรงแค่ไหน หูครึ่งเซียนก็ยิ่งจะบอกว่าตัวเองโดนผีสิง ตอนนี้มีคนในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อยโดนหูครึ่งเซียนล้างสมองไปแล้ว ถ้าแข็งข้อตัวเองเสียเปรียบแน่
หูครึ่งเซียนนี่ดูก็รู้ว่าเป็นไอ้งั่ง อีกอย่างในบ้านผีสิงหลังนั้นมีผีหรือไม่นางร