ยว ตอนนี้นางจึงเป็นกังวล
หยางชุ่ยฮวากลับไม่รู้สึกติดใจอะไร ผักนี่ไม่มีราคาอยู่แล้ว ที่บ้านปลูกไว้เยอะแยะขนาดนี้กินกันไม่หมดหรอก หากเอาไปขายที่ตลาด อันดับแรกก็คือไกลไป ไปกลับไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาตั้งเท่าไร สู้ไปทำไร่ยังจะคุ้มกว่า
อย่างที่สองคือไปแล้วใช่ว่าจะขายออก ตอนนี้เป็นฤดูอะไรกันล่ะ? กลางฤดูร้อนนะ! ผักในแปลงทุกบ้านต่างโตได้ที่ ในตัวเมืองไม่ขาดคนขายผักเลยสักนิด
เมื่อก่อนนางไม่อยากให้แม่โจวเอาผักถูก ๆ นี่ไปด้วยเพราะมีโทสะอัดอยู่ในใจ นางรู้สึกว่าบุตรสาวที่แต่งงานออกไปแล้วอย่างแม่โจวยังจะกลับมาเกาะที่บ้านกินอีก นางจึงไม่พอใจ ยอมปล่อยให้ผักพวกนี้เน่าในแปลงดีกว่าจะให้แม่โจวเอาไป
แต่วันนี้ไม่เหมือนก่อน ตอนนี้หยางชุ่ยฮวามองแม่โจวดีขึ้นมาก นางพูดขึ้นมา “เดี๋ยวข้าไปเด็ดถั่วฝักยาวที่แปลงผัก แล้วจะเด็ดให้เยอะเลย ส่วนพวกพริกมะเขือค่อยมาเด็ดก่อนนอนยังทัน”
“จริงสิ เด็ดต้นหอมให้ซิ่วเอ๋อกลับไปด้วย เอาไว้เติมรสตอนทำกับข้าว” หยางชุ่ยฮวากล่าว
แม่โจวได้ยินแล้วซาบซึ้ง “ขอบคุณเจ้าค่ะพี่สะใภ้”
จางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถาสองคนได้ยินก็ขอบคุณตามแม่โจว “ขอบคุณป้าสะใภ้ใหญ่เจ้าค่ะ”
หยางชุ่ยฮวาเบือนหน้าหนี “ขอบคุณทำไมกัน ด่าข้าในใจน้อย ๆ หน่อยข้าก็พอใจแล้ว”
จางซิ่วเอ๋อได้ยินก็แทบขำออกมา ดูท่าหยางชุ่ยฮวาเองก็รู้ว่าเมื่อก่อนตัวเองไม่เป็นที่พอใจของใครนัก
กินข้าวเย็นเสร็จ หนีจื่อก็อยู่คุยกับจางซิ่วเอ๋อ “ซิ่วเอ๋อ พรุ่