งนี้เจ้าก็จะไปแล้วเหรอ?”
หนีจื่อไม่มีมิตรสหายมากนัก ส่วนคนในหมู่บ้านก็ไม่อยากข้องแวะกับหนีจื่อ ด้วยกลัวจะเสียชื่อเสียง
หลังจากจางซิ่วเอ๋อมา ถึงแม้ตอนสองคนนี้อยู่ด้วยกันจะไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แต่หนีจื่อก็รู้สึกว่ามีสหายอยู่เคียงข้าง
โดยเฉพาะสถานะแม่ม่ายในตอนนี้ของจางซิ่วเอ๋อที่ทำให้หนีจื่อรู้สึกสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้จางซิ่วเอ๋อเสียชื่อเสียง และไม่รู้สึกว่าตัวเองต้อยต่ำ
ดังนั้นในใจลึก ๆ ของหนีจื่อนั้นจึงชอบจางซิ่วเอ๋อมาก ตอนนี้จึงไม่อยากให้จางซิ่วเอ๋อไป
จางซิ่วเอ๋อเอ่ย “ที่บ้านมีเรื่องที่ข้าต้องทำอีกเยอะ ข้าต้องกลับไปแล้ว แต่อีกเดี๋ยวข้าจะมาใหม่”
“อิจฉาเจ้าจริง ๆ” หนีจื่อพูดเศร้า ๆ
ที่จริงหนีจื่ออยากให้ตัวเองเป็นแม่ม่ายมากกว่าอีก สตรีอายุมากที่แต่งไม่ออกและชื่อเสียงไม่ดี ช่างลำบากมากจริง ๆ…..
จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าหนีจื่อคิดอะไรออยู่ จึงเอ่ยปลอบใจ “หนีจื่อ เจ้าเป็นสตรีที่ดี ต้องเจอคนที่ไม่ถือสาเรื่องก่อนหน้านี้แน่”
พูดมาถึงตรงนี้จางซิ่วเอ๋อก็ยิ้ม “พวกคนที่ยึดถือเรื่องชื่อเสียงของเจ้า ดูก็รู้แล้วว่าไร้สมอง ต่อให้มาขอร้องจะขอแต่งงานกับเจ้าเราก็ไม่เอา”
หนีจื่อได้ยินจางซิ่วเอ๋อพูดแบบนี้ก็หัวเราะออก
ถึงนับตามรุ่นแล้วนางจะอาวุโสกว่าจางซิ่วเอ๋อ เพราะจางซิ่วเอ๋ออายุน้อยกว่า แต่หนีจื่อกลับรู้สึกว่าจางซิ่วเอ๋อมีความคิดความอ่านมากกว่า และเป็นคนมองโลกในแง่ดีกว่านางมากนัก
อย่างเรื่องที่ตอนนี้จ