ดเสียงเกรี้ยวกราด
เวลานี้จางซิ่วเอ๋อก็ได้สติกลับมา นางมองจางต้าหูอย่างโกรธเคือง “ท่านพ่อ! ท่านมาทำอะไรที่นี่? ข้าจำได้ว่าข้าไม่ได้เชิญพ่อมานะ! แล้วพ่อโมโหขนาดนี้ทำไมกัน? พูดให้รู้เรื่องนะ บ้านตระกูลจางทำไม? แม่กินข้าวกับข้าตลอด จะไปทำอะไรใครได้?”
“กินข้าวกับเจ้าอะไร? นางเอาเนื้อที่ที่บ้านทำไว้ให้ลุงสามเจ้ามาให้เจ้ากิน ลุงสามเจ้าเสียหน้าหมด พาป้าสามของเจ้าเข้าห้องไปเลย!” จางต้าหูโวยวายเสียงดัง
จางซิ่วเอ๋อขมวดคิ้วมองแม่โจว “ท่านแม่ นี่มันเรื่องอะไรกันเจ้าคะ?”
จางซิ่วเอ๋อไม่เชื่อว่าแม่ตัวเองจะตาต่ำเอาเนื้อของบ้านตระกูลจาง ตระกูลจางขี้งกขนาดนั้นจะมีเนื้อสักแค่ไหนเชียว ที่ตัวเองให้แม่โจวไปในแต่ละวันยังเยอะกว่านั้นอีก!
แม่โจวส่ายหัว “ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนข้ามาที่นี่กับเจ้าก็ตุ๋นมันฝรั่งกับเนื้อไว้ในหม้อแล้ว”
จางต้าหูเอ่ยเสียงเกรี้ยวกราด “ถึงตอนนี้แล้วเจ้ายังจะเถียงอีก แม่บอกว่าซื้อเนื้อมาครึ่งชั่ง แต่ตอนกินข้าวในมันฝรั่งตุ๋นมีเนื้อแค่สองชิ้น ถ้าเจ้าไม่ได้เอาไปแล้วเนื้อหายไปไหน? เมื่อกี้ตอนข้าอยู่ข้างนอกยังได้ยินที่พวกเจ้าคุยกันเรื่องกินเนื้ออยู่เลย!”
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังก็หัวเราะ “เมื่อกี้พวกเรากินเนื้ออยู่จริง ๆ แต่พ่อแน่ใจเหรอว่าเนื้อนี่แม่ข้าเอามาจากบ้านตระกูลจาง?”
จางซิ่วเอ๋อพูดไปก็ชี้จางซานหยาที่อุ้มขาหมูไว้และเอ่ยเสียงเย็น “ที่พวกเรากินน่ะคือขาหมู ไม่ใช่มันฝรั่งตุ๋นเนื้อ”
จางช