า ขายดีขึ้นเยอะ ข้าว่าตอนนี้พอแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น”
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังจึงพยักหน้า “เอาอย่างนี้ ท่านเลิกคิดเรื่องสูตรเถอะ แต่ข้าขายเครื่องเทศให้ท่านเรื่อย ๆ ได้ จนบัดนี้ข้าเองก็ผลิตได้จำนวนจำกัด ดังนั้นจะขายให้ท่านแค่ร้านเดียว นับจากนี้ข้าจะขายเครื่องเทศให้ท่านเดือนละ 4 ห่อ แถมลดราคาให้ด้วย คิดเงินทั้งหมดแค่ 5 ตำลึงเงินเท่านั้น”
จางซิ่วเอ๋อพูดจบก็หัวเราะ “ท่านพูดเองนี่ว่าขายดีขึ้นเยอะ เหตุใดเครื่องเทศของข้าจะช่วยให้ท่านหากำไรเพิ่มได้มากกว่า 5 ตำลึงเงินไม่ได้เล่า? และพออาหารของอร่อยขึ้น มีชื่อเสียง ก็จะค่อย ๆ รวมลูกค้าไว้ที่นี่ ต่อให้วันหน้าโรงเตี๊ยมอื่นมีเครื่องเทศใช้เหมือนกัน คนพวกนี้ก็ชินกับการกินที่ร้านท่านแล้ว”
เถ้าแก่ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง “ราคาแพงไปหน่อย ขอเป็น 4 ตำลึงเงินแล้วกัน ถ้าได้ก็เป็นอันตกลง! ขอแค่เจ้ายังไม่ขายเครื่องปรุงให้คนอื่น ข้าก็จะยังซื้อเครื่องปรุงจากเจ้าด้วยราคานี้”
จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าเถ้าแก่ฉลาดมาก 4 ตำลึงเงินก็เป็นราคาอุดมคติของนาง อย่างไรเสียตอนขายเครื่องเทศหนแรก เถ้าแก่ตั้งใจจะมาให้ฟันราคาอยู่แล้ว เป็นการซื้อขายระยะยาวแบบนี้เขาไม่ยอมโดนฟันไปตลอดหรอก
ที่นางขอ 5 ตำลึงเงิน ก็เพราะรู้ว่าไม่ว่าจะเรียกราคาเท่าไหร่ เถ้าแก่ก็ต้องต่ออยู่ดี
ของราคา 4 ตำลึงเงิน ต้นทุนไม่ถึง 200 เหรียญ….พอคิดได้แบบนี้จางซิ่วเอ๋อก็พยักหน้า “ได้ ตกลงตามที่ท่านพูด”
จางซิ่วเอ๋อจึงให้ทั้งเครื