ากราคาไม่ถูกแล้ว เนื้อสัมผัสก็ยังไม่อร่อยเท่าเนื้อหมู ถ้าบ้านไหนกล้าใช้เงินกับของกิน ต้องซื้อเนื้อหมูอยู่แล้ว
ท้ายที่สุดนางจึงเชื่อว่าจางซิ่วเอ๋อจับปลามาเอง
“ซิ่วเอ๋อ เจ้านี่เก่งจริง ๆ ปลานี่จับไม่ง่ายเลยนะ” จวี๋ฮวาพูดชม
จางซิ่วเอ๋อบอกปัด “ปกติก็ไม่ได้โชคดีแบบนี้หรอก วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร โชคเข้าข้างเสียอย่างนั้น”
“ข้าต้องกลับไปทำกับข้าวอีก ปลานี่เจ้าเก็บไว้กินนะ” จางซิ่วเอ๋อบอกยิ้ม ๆ
จวี๋ฮวารีบบอก “ของมีมูลค่าแบบนี้ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก”
จางซิ่วเอ๋อกะพริบตา “เพื่อนบ้านไปมาหาสู่กันก็สมควรแล้ว ถ้าเจ้าไม่รับปลาของข้า ครั้งหน้าบ้านข้าผักหมดข้าไม่กล้ามาเด็ดที่บ้านเจ้าแล้วนะ”
จวี๋ฮวาได้ยินก็จับมือจางซิ่วเอ๋อไว้และตีมือเบา ๆ “ข้าล่ะกลัวเจ้าจริง ๆ ตอนเจ้ายังอยู่ในเรือนข้าไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่าเจ้าพูดเก่งขนาดนี้”
จวี๋ฮวาเอากะละมังมาใส่ปลา ในใจนางนั้นชื่นมื่นอยู่ คิดไปว่าวันนี้พวกผู้ชายในบ้านและแม่สามีทำงานมาทั้งวัน ถ้านางทำกับข้าวที่มีเนื้อด้วยก็คงดี
ปลาตัวใหญ่สองตัว แล้วก็ถั่วฝักยาว พอให้ทุกคนกินจนอิ่ม
จวี๋ฮวามองปลาสองตัวนั้น และยิ่งรู้สึกมากขึ้นว่าจางซิ่วเอ๋อเป็นคนจริงใจ นางก็แค่ให้ถั่วฝักยาวจางซิ่วเอ๋อนิดหน่อยเท่านั้น แต่จางซิ่วเอ๋อกลับตอบแทนด้วยของมีมูลค่าขนาดนี้
พอเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อจะไปแล้ว จวี๋ฮวาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ปริปาก “ซิ่วเอ๋อ เจ้าอย่าเพิ่งรีบไป ข้าขอคุยอะไรด้วยหน่อย”
จางซ