นะของคนผู้นี้เป็นอย่างมาก
ครั้งก่อนผู้ชายคนนี้ทิ้งหยกแขวนไว้เลยนะ แค่หยกแขวนนั่นก็แสดงว่าผู้ชายคนนี่ไม่ได้มาจากครอบครัวยากจนแน่ ๆ แถมถึงแม้หน้าตาเขาจะซีดเซียว สีหน้าดูอมโรคก็จริง แต่คนทั้งคนทั้งขาวทั้งผิวดี ผมลื่นดำขลับอย่างกับเส้นไหมย้อมหมึกดำ ดูอย่างไรก็ก็ไม่ใช่ชาวนาชาวไร่
คนแบบนี้กลับทำเรื่องแบบนี้เป็น น่าประหลาดจริง ๆ
แต่อยากรู้ส่วนอยากรู้ จางซิ่วเอ๋อไม่คิดจะถาม โบราณกล่าวไว้ว่าความอยากรู้สามารถฆ่าแมวได้ นางไม่อยากกลายเป็นแมวน้อยโชคร้าย
ดูก็รู้ว่าคน ๆ นี้ไม่ธรรมดา เจอกันทุกครั้งเขาบาดเจ็บมาทุกครั้ง ไม่แน่อาจจะเป็นพวกที่ใช้ชีวิตอยู่กลางพายุเลือดก็ได้ กับคนแบบนี้จางซิ่วเอ๋อจึงคิดว่ายิ่งรู้น้อยยิ่งดี
รู้เยอะไป ก็ไม่ดีกับตัวนาง
พอได้ชายคนนี้ช่วย ไม่นานนักจางซิ่วเอ๋อก็ต้มข้าวต้มเสร็จ
ข้าวต้มเศษข้าวโพดทำง่าย น้ำเดือดเพียงครู่เดียวก็สุก
จางซิ่วเอ๋อหยิบถ้วยใหญ่มาถ้วยหนึ่ง ตักข้าวต้มใส่จนเต็มและเอ่ย “เย็นกว่านี้หน่อยแล้วค่อยกินนะ ไม่อิ่มเจ้าก็ตักจากในหม้อเองได้เลย กินเสร็จแล้วรีบไป ข้าไม่อยากเจอเจ้าอีกตอนกลับมา”
จางซิ่วเอ๋อพูดจบ ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะพูดอะไรก็หันหลังเดินออกไป
“เจ้า….” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองจางซิ่วเอ๋อ ราวกับอึ้งกับกิริยาเด็ดขาดของจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อพูดต่อเป็นชุด “ไม่ต้องถามว่าข้าคือใคร และไม่ต้องบอกข้าว่าเจ้าคือใคร คราวหน้าถ้ามีโอกาสเจอกันอีกก็ทำเป็นไม่เคยเห็นข้ามาก่อ