งตรงไปตรงมา ตอนนี้นางต้องการบอกให้ชายผู้นี้รู้ไว้ว่าชีวิตของเขานั้นได้นางผู้มีเมตตาช่วยเอาไว้ อย่ามาไม่สำนึกบุญคุณแล้วแว้งกัดในภายหลังเชียว
ชายหนุ่มได้ยินจางซิ่วเอ๋อเตือนก็ก้มดูไหล่ตัวเอง บัดนี้ผ้าฝ้ายได้ไหลลงมา เผยให้เห็นลาดไหล่ของเขาจนถนัดชัดเจน
จางซิ่วเอ๋อเคยเห็นเรื่องราวใหญ่โตมาแล้ว เวลาแบบนี้จะมีปฏิกิริยาเพียงเพราะผู้ชายที่เผยเนื้อหนังนิดหน่อยได้อย่างไรกัน? นางเลิกคิ้วขึ้นพลางกล่าว “เห็นรึยังล่ะ?”
ชายหนุ่มหน้าตาแข็งทื่อไปเล็กน้อย อาจเป็นเพราะพบว่าเสื้อผ้าตัวเองโดนถอด เขากระตุกมุมปากนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยขึ้น “ขอบคุณนะ”
จางซิ่วเอ๋อไม่พลาดความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าเขา นางแค่นเสียงในใจ นึกว่าเป็นพวกหน้าตาย ตอนนี้ดูท่าตัวเองคงจะคิดผิด ที่เขาไม่แสดงสีหน้าใด ๆ คงเป็นเพราะไม่เจอเรื่องที่ทำให้เขาเปลี่ยนสีหน้า
นี่ไง พอรู้ว่าเสื้อผ้าตัวเองโดนถอดก็ทำหน้าเรียบเฉยต่อไปไม่ไหวเสียแล้ว
นึกว่าจะเป็นคนยิ่งใหญ่จากไหน! คิดไม่ถึงว่าแรงต้านทานในใจจะแย่ขนาดนี้ อย่างไรเสียก็เป็นผู้ชายอกสามศอก เวลาแบบนี้กลับกลัวว่าจะมีใครมาเห็นเรือนร่างของตัวเอง!
จางซิ่วเอ๋อดูแคลนผู้ชายคนนี้ในใจไปเสร็จสรรพ พลางเอ่ยปากขึ้น “นี่ เจ้าดีขึ้นรึยัง? ถ้าดีขึ้นแล้วก็รีบไสหัวออกไปจากบ้านข้าซะ…..เอ่อ เชิญออกไปจากบ้านข้า ถ้าทำให้ดอกไม้ดอกหญ้าบ้านข้าตกใจเจ้าชดใช้ไม่ไหวหรอกนะ” จางซิ่วเอ๋อพูดไปได้ครึ่งทางก็คิดได้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่ามีเรื่