องด้วย จึงพูดจาให้ดีขึ้น ถ้าไปยั่วโมโหคน ๆ นี้เขา นางเองก็อาจจะซวยได้
ตอนนี้นางหวังแค่ให้คน ๆ นี้ไปจากบ้านตัวเองโดยด่วน อย่างไรเสียคน ๆ นี้ก็ไม่ได้ตายหน้าบ้านตัวเอง วันหลังตัวเองก็แค่ทำเป็นไม่เคยเจอคน ๆ นี้มาก่อนก็ได้
ดอกไม้ดอกหญ้าที่นางกล่าวถึงก็คือน้องสาวสองคนของตัวเองนั่นแหละ แต่เวลาแบบนี้นางไม่ไปพูดกับคนแปลกหน้าว่าที่บ้านตัวเองมีใครอยู่บ้างหรอก การปล่อยให้คนแปลกหน้ารู้ตื้นลึกหนาบางของที่บ้านไม่ใช่เรื่องฉลาดเท่าไรนัก
ชายหนุ่มได้ยินจางซิ่วเอ๋อพูดราวกับตั้งใจจะสลัดภาระอย่างตัวเขาออก จึงมองจางซิ่วเอ๋อแล้วถามขึ้น “แม่นาง เสื้อผ้าของข้าอยู่ที่ไหน?” จะให้เขาห่อผ้าฝ้ายนี่ออกไปไม่ได้หรอกนะ
ในเมื่อนางให้เขาไป เขาจะตื๊ออยู่ที่นี่ต่อคงไม่ไหว ถึงแม้ว่าที่แห่งนี้….เคยเป็น…..
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ ห้องเก็บฟืนอย่างพินิจพิเคราะห์ สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
จางซิ่วเอ๋อชี้นิ้วแล้วพูด “เมื่อวานข้าซักเสื้อผ้าของเจ้าไป ตอนนี้น่าจะไม่มีเลือดแล้ว ยังแห้งไม่สนิทออกจะชื้นหน่อย แต่ใส่แล้วคงไม่เป็นไรนักหรอก”
เสื้อผ้านี่ทำจากผ้าหยาบ มีรอยปะสองรอยบนนั้นด้วย จางซิ่วเอ๋อคิดมาถึงตรงนี้ก็ชำเลืองมองชายหนุ่มและคิดต่อ ตอนที่เจอผู้ชายคนนี้ครั้งก่อน ถึงแม้เขาจะยับเยินกว่าตอนนี้ แต่ดูจะยังไม่ตกอับถึงขั้นนี้นะ ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ใช้ชีวิตยังไง
จางซิ่วเอ๋อชี้ตรงที่นางวางเสื้อผ้าแล้วออกไปจากห้องเก็บฟืน
ตอนนั้นจางชุนเถาตื่นแล้ว