ระกูลจางของเราเหมือนกัน! ต้องรักให้เท่า ๆ กันสิ” จางซิ่วเอ๋อพูดต่อ
แม่เฒ่าจางเห็นจางซิ่วเอ๋อย่ำเท้าออกไปก็นิ่งไม่ไหวแล้ว ส่งเสียงแหลมขึ้นไปอีก “เจ้าพูดกับข้าให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยกลับ เจ้าเอาตำลึงไปใช้กับอะไรหมด! ไม่อย่างนั้นเจ้าอย่าหวังว่าจะได้ไป!”
จางซิ่วเอ๋อชะงักฝีเท้า หันกลับมามองแม่เฒ่าจางอย่างไม่เข้าใจ “ท่านย่า ท่านหมายความว่าอย่างไร? ที่ว่าถ้าข้าพูดไม่ชัดเจนแล้วห้ามกลับ?”
จางซิ่วเอ๋อพูดไปน้ำเสียงก็เย็นเยือกลง
แม่เฒ่าจางกระแอมเบา ๆ ชำเลืองมองจางต้าหู
จางต้าหูจึงเอ่ยขึ้น “ท่านย่าเจ้าก็แค่ร้อนใจกลัวว่าเจ้าจะโดนหลอก! เจ้ารีบบอกมาว่าใช้ตำลึงไปกับอะไรจนหมด? ถ้ามีคนหลอกตำลึงเจ้าจริง ๆ เจ้าก็พูดออกมา พวกเราจะช่วยเจ้าเอง!”
จางซิ่วเอ๋อเม้มปากเงียบไปครู่หนึ่ง มองทุกคนและเอ่ยขึ้น “พวกท่านคงไม่ได้ลืมไปแล้วใช่ไหม?”
แม่เฒ่าจางงงกับคำพูดไม่มีที่มาที่ไปของจางซิ่วเอ๋อ “ลืมอะไร?”
“พวกท่านคงลืมแล้วสินะ ว่าตอนนั้นที่ชุนเถาโหม่งกำแพงแล้วให้ท่านหมอมารักษา ต้องใช้ไปตั้ง 10 ตำลึงเงินกว่าจะรักษาชีวิตไว้ได้” จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจ ราวกับสิ้นไร้เรี่ยวแรง
คนด้านนอกที่ล้อมวงกันอยู่ได้ยินดังนั้นก็อดสงสารขึ้นมาในใจไม่ได้
นึกว่าจางซิ่วเอ๋อมี 15 ตำลึงเงินแล้วจะได้มีชีวิตสุขสบาย สรุปยังมีหนี้อยู่อีก 10 ตำลึงเหรอ เรื่องนี้ตอนนั้นผู้ใหญ่บ้านเห็นกับตา ต้องไม่ผิดแน่!
ทุกคนรู้ก็เพราะแม่เฒ่าซ่งเป็นคนพูดเอง
หมู่บ้านเล็ก