ี่หมินเริ่มนิ่งเฉยไม่ไหวแล้ว นางลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง สายตาจ้องจางซิ่วเอ๋อราวกับพ่นไฟได้ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ตำลึงหมดได้อย่างไรกัน? เจ้าพูดมาให้ชัดเลยนะ!”
เหตุที่จางอวี่หมินต้องร้อนใจก็เพราะแม่เฒ่าจางสัญญากับนางไว้ว่าถ้าเอาตำลึงนี่มาได้ มันจะถูกใช้เป็นสินเดิมให้จางอวี่หมินในอนาคต พอได้สินเดิมนี่มา ต่อให้จางอวี่หมินอยากจะแต่งเข้าเมืองก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
อย่างไรเสียในหมู่บ้านเล็ก ๆ ตามเขาแบบนี้ ไม่มีบุตรสาวบ้านไหนที่ให้สินเดิมมากกว่า 10 ตำลึงหรอก
จางซิ่วเอ๋อขมวดคิ้วมองจางอวี่หมิน “อาเล็ก ข้าใช้ตำลึงหมดแล้วเจ้าจะอารมณ์เสียขนาดนั้นทำไมกัน? คนไม่รู้มาได้ยินเข้าจะนึกว่าข้าใช้ตำลึงของเจ้าเอานะ!”
จางอวี่หมินกัดฟัน “จางซิ่วเอ๋อ เจ้ามัน…..”
จางซิ่วเอ๋อแคะหูทำท่าล้างหูพร้อมรับฟัง คำด่าของจางอวี่หมินล้วนเรียนรู้มาจากแม่เฒ่าจาง เธอฟังจนชินจนปลอดเชื้อแล้ว
แม่เฒ่าจางตัดบทจางอวี่หมิน กลัวว่าจางอวี่หมินจะพูดอะไรออกมาผิดเวล่ำเวลา นางมองจางซิ่วเอ๋อด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “ซิ่วเอ๋อ อาเล็กเจ้าเป็นห่วงน่ะถึงได้เป็นแบบนี้ ถ้านางไม่เป็นห่วงเจ้า กลัวว่าชีวิตหลังจากนี้ของเจ้าจะลำบาก จะสนใจทำไมว่าเจ้าเอาตำลึงไปใช้กับอะไร?”
“วันนี้เจ้าต้องบอกข้ามาให้ชัดนะ เจ้าได้ตำลึงมามากขนาดนั้น เจ้าเอาไปใช้กับอะไรหมด?” แม่เฒ่าจางถามอย่างคาดคั้น
จางอวี่หมินยกมือเท้าสะเอว มือข้างหนึ่งยกขึ้นชี้นิ้วใส่จางซิ่วเอ๋ออย่างเกร