ี้ยวกราด “เจ้ารีบพูดมานะว่าเจ้าเอาตำลึงไปใช้กับอะไรจนหมด?”
จางต้าหูอีกด้านก็มองจางซิ่วเอ๋ออย่างตั้งคำถาม
จางซิ่วเอ๋อมองไปรอบ ๆ และหัวเราะ “นี่พวกท่านตั้งศาลสอบสวนหรืออย่างไร? หรือลูกสาวที่แต่งงานออกไปตั้งตัวเองแล้วอย่างข้า ต้องรายงานพวกท่านแม้กระทั่งใช้ตำลึงอย่างไรด้วยเหรอ?”
จางต้าหูเอ่ยเสียงเข้ม “เจ้าคนโต! พวกเราหวังดีกับเจ้านะ!”
ขณะนั้นแม่โจวพูดเสียงเบา “ซิ่วเอ๋อโตแล้ว ตำลึงนั่นใช้ไปอย่างไรนางรู้อยู่แก่ใจ พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่อย่าไปยุ่งเลย”
แม่โจวพูดอย่างเป็นธรรม จางซิ่วเอ๋อได้ยินแล้วซาบซึ้งมาก ในบ้านนี้มีแค่แม่โจวกับซานหยาที่จะปกป้องเธอ แต่อย่างไรเสียคำพูดแม่โจวก็ไม่มีน้ำหนัก เวลานี้ไม่กล้าแม้แต่จะพูดเสียงดัง
จางซิ่วเอ๋อจึงไม่ได้คาดหวังว่าแม่โจวจะช่วยอะไรได้
นี่ไงล่ะ แม่โจวเพิ่งเอ่ยปาก แม่เถาก็พูดด้วยน้ำเสียงแปร่ง ๆ “น้องสะใภ้ ไม่ใช่ว่าข้าอยากจะว่าเจ้านะ เจ้ามีลูกสาวถึง 3 คนมันก็แย่พอแล้ว ตอนนี้เจ้ากลับไร้น้ำยาจนคุมลูกคนนี้ไม่อยู่!”
จางซิ่วเอ๋อมองแม่เถาด้วยสายตาเย็นเยียบ “ท่านเก่งนี่ที่มีลูกชาย แต่ลูกชายท่านก็ใช่ว่าจะเป็นคนที่เลอค่าที่สุดในบ้านนี้เสียหน่อย!”
พูดมาถึงตรงนี้ จางซิ่วเอ๋อก็มองจางอวี่หมินอย่างมีความหมาย
แม่เถาโดนแทงใจดำ สีหน้ามืดครึ้มลงทันที นางอับอายจนรู้สึกโมโหขึ้นมา กระแทกตะเกียบกับโต๊ะดังปัง ไม่เขี่ยหาเนื้อในกะละมังแล้ว
แม่เฒ่าจางเห็นแล้วก็เอ่ยเสียงเย็น “เจ้าพูดจา