รงราบเรียบเล็กลีบเหมือนถั่วงอกมันผิดด้วยเหรอ?
นี่มันดูถูกกันชัด ๆ!
กลับไปเมื่อไหร่จะหั่นเนื้อกินสัก 2 ชั่ง อย่างไรซะก็ต้องบำรุงให้ตัวเองมีสภาพเหมือนคนขึ้นมาให้ได้!
จางซิ่วเอ๋อมองด้วยสายตาเย็นเยียบ นางไม่เชื่อหรอกว่ากลางวันแสก ๆ บนถนนแบบนี้ เถ้าแก่อิ๋งเค่อจวีจะไม่ทำอะไรกับนาง!
“แม่นางเถาฮวา เจ้าอย่าเพิ่งโมโหสิ ข้าไม่ล้อเจ้าเล่นแล้ว วันนี้บังเอิญได้มาเจอเจ้า ที่มาหาเจ้าก็มีธุระจริง ๆ” เถ้าแก่บอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ดูอย่างไรก็ท่าทางเจ้าเล่ห์เหมือนสุนัขจิ้งจอก
“ท่านมีอะไรก็รีบพูด! ถ้า…..” ถ้าจะตดก็รีบตด คำพูดติดอยู่ที่ปากของจางซิ่วเอ๋อ สุดท้ายนางก็กลืนครึ่งประโยคหลังกลับไป
นางพึมพำในใจ ต้องนิ่งไว้ รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี ตัวเองเหมือนแขนที่งัดกับขาไม่ได้ จะมีเรื่องกับเถ้าแก่คนนี้ไม่ได้เด็ดขาด
เถ้าแก่กล่าวยิ้ม ๆ “คืออย่างนี้ คราวก่อนคุณชายฉินได้กินปลาที่ซื้อมาจากเจ้าแล้วชมไม่หยุดปาก ข้าจึงอยากซื้อปลากับเจ้าอีก”
พูดมาถึงตรงนี้เถ้าแก่ก็หยิบเงินออกมา 2 ตำลึงเงินและยื่นให้จางซิ่วเอ๋อ “นี่ถือเป็นค่ามัดจำให้เจ้า ถ้าคราวหน้าเจ้าจับปลาได้อีกต้องเอามาขายร้านเรานะ!”
จางซิ่วเอ๋อตาโต “ค่ามัดจำ 2 ตำลึงเงิน?” เถ้าแก่นี่ไม่ได้เป็นไข้จนประสาทเสียไปแล้วใช่ไหม?
ปลาคราวก่อนก็ให้มา 5 ตำลึงเงินง่าย ๆ คราวนี้ยังไม่ทันเห็นปลาก็ให้นางมา 2 ตำลึงเงิน!
ถ้านางไม่ได้สร้างเรื่องสร้างราวที่อิ๋งเค่อจวีไว้มากมาย เครื่องเ