ตาเขม็ง
สวี่อวิ๋นซานมองแม่หลินอย่างตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าแม่หลินจะพูดอะไรที่ตัดเยื่อใยขนาดนี้
เพื่อหลีฮวาแล้ว นางถึงกับจะไล่ตัวเขาออกจากบ้านเลยรึ?
“ถ้าเจ้ายังเห็นข้าเป็นแม่ ก็แต่งงานกับหลีฮวาซะ! ไม่อย่างนั้นหลังจากนี้เจ้าไม่ต้องมาเรียกข้าว่าท่านแม่!” แม่หลินกล่าวเสียงเย็น ไม่ให้ทางเลือกสวี่อวิ๋นซานเลยสักนิด
สวี่อวิ๋นซานชำเลืองแม่หลินเงียบ ๆ และเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ถ้าท่านแม่จะบีบคั้นข้าถึงเพียงนี้ งั้นตัวข้าที่เป็นลูกชายก็ได้แต่ออกจากบ้านไปก่อน”
พูดไปสวี่อวิ๋นซานก็เดินเข้าห้องไปทีละก้าว และปิดประตูดังปัง
แม่หลินเริ่มตกประหม่า นางหวาดกลัวว่าสวี่อวิ๋นซานจะดื้อดึงไม่ยอมฟังขึ้นมาจริง ๆ
นางคิดไปคิดมา หันมองหลีฮวาและเอ่ย “หลีฮวา เจ้าตามข้ามา!”
สองแม่ลูกไม่รู้หารืออะไรด้วยกัน แล้วยังมองห้องสวี่อวิ๋นซานเป็นระยะ
จางซิ่วเอ๋อไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านตระกูลสวี่หรอก เวลานี้เธอกำลังดูแลจางชุนเถาอยู่
จางชุนเถาไม่เป็นอะไรมากแล้ว ทว่าเด็กนี่เอาแต่อยากช่วยทำงาน ทำให้จางซิ่วเอ๋อปวดหัวมาก จึงต้องดูแลจางชุนเถาด้วยตัวเอง ไม่ให้นางต้องขยับตัวมากนัก
จางชุนเถาอายุยังน้อย ถ้าทิ้งอาการบาดเจ็บอะไรไว้ที่ขา ชีวิตในวันข้างหน้าคงไม่ดีเท่าใด
2 วันต่อมา จางซิ่วเอ๋อทำผงเครื่องเทศเพิ่มอีก เมื่อเห็นว่าเสบียงที่บ้านใกล้จะหมดแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็คิดว่าตัวเองควรจะไปซื้อของกินสักหน่อย แล้วก็ดูกระแสของเครื่องเทศด้วย
การทำเ