ครื่องเทศนั้นยุ่งยากมาก ถ้าขายไม่ออกเธอจะได้ไม่ต้องทำเยอะ ถ้าทำไว้กินเองคงไม่ต้องทำพิถีพิถันขนาดนี้หรอก
จางซิ่วเอ๋อออกมารอเฒ่าหลี่ใต้ต้นหวายฉู่ใหญ่ตั้งแต่รุ่งสาง
ตอนนี้ในมือนางพอมีเงินเหลืออยู่บ้าง จางซิ่วเอ๋อจึงไม่อยากทำให้ตัวเองลำบาก เพราะการเดินทางเข้าตัวเมืองนั้นเหนื่อยมาก
สู้เก็บแรงไปขุดผักป่าบนเขายังจะดีกว่า
วันนี้คนเดินทางเข้าเมืองไม่มากนัก บนเกวียนลากของเฒ่าหลี่มีคนนั่งแค่สามคน นับจางซิ่วเอ๋อด้วยก็แค่สี่
เฒ่าหลี่รออีกสักพัก พอเห็นไม่มีคนมา จึงถอนหายใจและออกลากรถ
พอเฒ่าหลี่ไปแล้ว แม่เฒ่าหลิวที่นั่งเด็ดผักอยู่ใต้ต้นหวายฉู่ก็เอ่ยขึ้น “ได้ข่าวว่าเมื่อวานจางซิ่วเอ๋อเรียกร้องเงินจากแม่หลินมาได้ไม่น้อย เห็นไหมล่ะ มีเงินนั่งรถเสียด้วย!”
“ใช่แล้ว จะว่าไปแม่หลินนั่นทำตัวเองทั้งนั้น เมื่อวานเจ้าก็เห็นนี่? อวิ๋นซานบ้านนางมองจางซิ่วเอ๋อตาเป็นมันเสียขนาดนั้น ดูท่าอยากจะแต่งงานกับจางซิ่วเอ๋อจริง ๆ เถอะ! ข้าว่านะ ให้แต่งงานกับจางซิ่วเอ๋อน่ะไม่ต้องใช้สินสอดด้วย แล้วก็หาบ้านดี ๆ ให้หลีฮวาแต่งเข้าเอาสินสอด ชีวิตดีจะตาย?” คนพูดคือแม่เฒ่าอู๋ เป็นคนนิสัยขี้นินทาเหมือนกัน
แม่เฒ่าหลิวขำพรืด “แม่หลินเห็นหลีฮวาเหมือนเป็นแก้วตาดวงใจตัวเอง จะทำใจให้แต่งออกได้อย่างไรเล่า!”
พูดมาถึงตรงนี้แม่เฒ่าหลิวก็ชะงักไป และพลันมีสีหน้ายินดีกับเรื่องร้ายของคนอื่น “แต่ข้าว่า ต่อให้แม่หลินบีบคั้นให้ลูกชายตัวเองแต่งงาน