ิงบ้านพวกเขาก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น ดังนั้นบางทีบ้านผีสิงนั่นก็อาจจะไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นก็ได้
อีกอย่าง ขนาดพี่ซิ่วเอ๋อยังมาบ้านของพวกเขาโดยไม่สนอะไรได้ ถ้าเขาไม่ไปบ้านพี่ซิ่วเอ๋อ จะต้องรู้สึกผิดขนาดไหน?
พอคิดได้แบบนี้ จ้าวเอ้อร์หลางก็รับปาก และใส่ใจกับเรื่องนี้จริง ๆ
ตอนที่จางซิ่วเอ๋อเดินออกจากบ้านของจ้าวเอ้อร์หลาง นางมองดูบ้านซอมซ่อที่แลดูจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อก็นึกเศร้าในใจ ทำไมนางรู้สึกว่าคนดีไม่ได้ดีล่ะ?
เพียงแค่บัณฑิตจ้าวกับจ้าวเอ้อร์หลางสองพ่อลูกที่เป็นคนดีทั้งคู่ อย่างน้อยก็ดีกว่าพวกลิ้นยาวในหมู่บ้านที่เอาแต่ยุให้รำตำให้รั่วเยอะมากแล้ว แต่น่าเสียดายที่มีชีวิตยากจนข้นแค้นถึงเพียงนี้
“ถ้ามีโอกาส ช่วยบ้านตระกูลจ้าวได้สักหน่อยก็น่าจะดี” จางซิ่วเอ๋อพึมพำกับตัวเอง
นางคิดมาถึงตรงนี้ก็ส่ายหัวอย่างนึกขบขัน ชีวิตนางในตอนนี้ยังงง ๆ อยู่เลย คิดจะไปช่วยคนอื่นเสียแล้ว ฝันกลางวันจริง ๆ มาคิดเรื่องพวกนี้ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ตั้งหน้าตั้งตาทำชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นดีกว่า
ตอนที่จางซิ่วเอ๋อเดินออกจากบ้านของจ้าวเอ้อร์หลางนั้น แม่หลินกำลังเดินออกจากบ้านพอดี นางที่มีเพลิงโทสะอัดแน่นอยู่ในใจก็ได้หันมองทางบ้านบัณฑิตจ้าวอย่างแค้นเคืองและเอ่ยพึมพำ “ไอ้ขี้โรคนี่ทำไมไม่รีบตาย ๆ ไปเสียที! ไอ้ตัวซวยเล็กนั่นจะได้ไม่เที่ยวพูดเหลวไหลอีก!”
แม่หลินคิดอาฆาตแค้นจ้าวเอ้อร์หลางไปแล้ว นางคิดว่าที่จ้าวเอ้อร์ห