้อว่าที่แท้บัณฑิตจ้าวไม่รู้ นางจึงกังวลในใจอยู่นิดหน่อยว่าบัณฑิตจ้าวจะตำหนิจ้าวเอ้อร์หลางว่าจุ้นไม่เข้าเรื่อง
คิดไม่ถึงว่าบัณฑิตจ้าวหลังมีรอยยิ้มระบายบนใบหน้า เขากล่าวยิ้ม ๆ “เอ้อร์หลาง เรื่องนี้เจ้าทำได้ดีมาก!”
จ้าวเอ้อร์หลางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เป็นเพราะท่านพ่อสอนข้ามาดีมากกว่าขอรับ”
จางซิ่วเอ๋อเห็นภาพนี้ก็รำพึงกับตัวเองในใจ อย่างไรเสียก็เป็นบ้านคนมีการศึกษา นิสัยใจคอช่างดีจริง ๆ
จ้าวเอ้อร์หลางเห็นอาหารที่จางซิ่วเอ๋อเอาออกมาก็กลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้ แต่ก็พยายามหักห้ามความต้องการของตัวเอง เขากินไม่อิ่มมานานแล้ว บัดนี้เห็นอาหารน่าอร่อยขนาดนี้ จะไม่อยากกินได้อย่างไร?
ตัวจางซิ่วเอ๋อเองก็ยังไม่กินข้าว นางจึงพูดยิ้ม ๆ “ข้ายังมีธุระที่บ้านอีก ข้าไปก่อนนะ วันหลังข้ามาเยี่ยมพวกท่านใหม่”
บัณฑิตจ้าวพูดอย่างเก้อเขิน “เจ้าเพิ่งมาเอง ไม่นั่งก่อนหรือ?”
จางซิ่วเอ๋อมีสีหน้าเศร้าลง “ชุนเถาอยู่บ้านคนเดียว ข้าไม่สบายใจน่ะเจ้าค่ะ ต้องมีคนดูแลใกล้ ๆ ดังนั้นข้าต้องกลับไปดูแลนาง”
พูดมาถึงตรงนี้ จางซิ่วเอ๋อก็มองจ้าวเอ้อร์หลางพลางเอ่ย “ถ้าเอ้อร์หลางไม่กลัวบ้านผีสิง ว่าง ๆ ก็มาเล่นที่บ้านได้นะ”
จ้าวเอ้อร์หลางมีรอยยิ้มตื่นเต้นดีใจบนใบหน้า รับปากอย่างแข็งขัน “ถ้ามีเวลาว่างข้าจะไปแน่นอนขอรับ”
ที่จริงจ้าวเอ้อร์หลางก็กลัวบ้านผีสิงเหมือนกัน แต่พอนึกได้ว่าคนในหมู่บ้านก็กลัวบ้านของเขาเหมือนกัน ทั้งที่ในความเป็นจร