ใช้แรงทั้งหมดที่มีในการบีบมือแน่น ไม่นานนักงูตัวนั้นก็แน่นิ่งไป
เพราะโดนจางซิ่วเอ๋อบีบมันจนตาย
จางซิ่วเอ๋อกลัวว่างูนี่จะฟื้นขึ้นมาอีก จึงโยนร่างของมันไปไว้ข้าง ๆ
จางชุนเถาเห็นแบบนั้นก็เอ่ยขึ้น “พี่ งูนี่ขายได้เงินไม่น้อย อย่าทิ้งนะ”
จางซิ่วเอ๋อเองก็ตกใจอยู่ นางมองงูตัวนั้นด้วยหน้าซีดเผือด และเพิ่งจะค้นพบในเวลานี้เองว่างูตัวนี้ยาวเกือบ 1 จั้ง*
*1 จั้ง ประมาณ 3.33 เมตร
นางลังเล แต่สุดท้ายก็เก็บงูตัวนั้นขึ้นมา หยิบผ้าหยาบผืนนึงออกจากอกเสื้อตัวเอง ห่อหัวงูไว้แน่นแล้วถึงได้วางใจ
นางแบกจางชุนเถาขึ้นหลังพร้อมกับหยิบงูตัวนั้น ปีนไต่เซไปมาจนถึงด้านบน
ใบหน้าเล็ก ๆ ของจางซานหยาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ดูท่านางคงรออยู่อย่างร้อนใจ
หลังจากกลับมาถึงบ้าน จางซิ่วเอ๋อก็จับจางชุนเถานอนให้ดี แล้วรีบไปหาหมอ
จะว่าไปก็ถือว่าบังเอิญนัก เพราะเวลานี้ท่านหมอเมิ่งอยู่ในหมู่บ้านชิงสือพอดี แล้วก็เจอกับจางซิ่วเอ๋อโดยบังเอิญใต้ต้นหวายฉู่ใหญ่
จางซิ่วเอ๋อมองท่านหมอเมิ่งอย่างเคร่งครียด “ท่านอาเมิ่ง ชุนเถาบาดเจ็บ ท่านรีบตามข้าไปดูนางหน่อยเถอะเจ้าค่ะ”
ตอนนี้ท่านหมอเมิ่งเพิ่งจะรักษาคนอีกคนหนึ่งเสร็จ ด้วยความเป็นห่วงเด็กสองคนนี้ จึงพยักหน้าและเอ่ยขึ้น “ไปสิ”
ใต้ต้นหวายฉู่ไม่เคยไร้ผู้คน เวลานี้แม่นางชุดสีชมพูอายุสามสิบต้น ๆ คนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น “ท่านหมอเมิ่ง ข้าว่าท่านอย่าไปดีกว่านะเจ้าคะ”
สตรีผู้นี้สวมเสื้อผ้าบางมากจนแทบจ