กนี้ จางซิ่วเอ๋อชอบผักแม่ยาย(2)ที่สุดแล้ว หรือก็คือแดนดิไลออน
ทั้งสดกรอบ หอมปนขมนิด ๆ กินแล้วอร่อยมาก
ส่วนผักป่าที่ชื่อว่าผักกาดหางไก่(3)นั้น จางซิ่วเอ๋อก็ชอบกิน
แค่หั่นตรงกลางแผ่นแป้งออกแล้วยัดผักป่าและผัดกะปิเข้ามานิดหน่อย ก่อนจะม้วนเข้าด้วยกันแล้วก็กัด!
กลิ่นหอมของกะปิผสมกับกลิ่นหอมขมของผักป่า ความกรุบกรอบของผักป่าด้านในช่างลงตัวกับแผ่นแป้งข้าวโพดอ่อนนุ่มด้านนอก
พอกัดลงไป อย่าให้พูดเลยว่าจะอร่อยขนาดไหน!
ตอนเที่ยงไม่ควรกินอาหารที่มันเลี่ยนเกินไป ถึงแม้ผัดกะปิแบบนี้จะเป็นของกินที่ทำง่าย แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นของอร่อยในใต้หล้า!
จางซิ่วเอ๋อกินแผ่นแป้งข้าวโพดไปสามแผ่นถึงได้ยอมหยุดปาก!
“ชุนเถา เดี๋ยวถ้าเจ้าอุดอู้จนเซ็งเกินไปก็ออกไปเดินเล่นหน่อยเถอะ อย่างไรเสียวันนี้ป้าสามก็เห็นว่าเจ้าฟื้นแล้ว…..” หลังกินข้าวเสร็จ จางซิ่วเอ๋อก็ดึงถ้วยชามจากมือจางชุนเถามาล้าง และเอ่ยขึ้น
จางชุนเถากล่าวยิ้ม ๆ “ได้ ข้าเองก็เบื่อที่จะอยู่บ้านเต็มทีแล้ว”
จางซิ่วเอ๋อตรึกตรองและเอ่ยขึ้น “ชุนเถา ตอนนี้พวกเรายังสู้ย่าเราไม่ได้ ถ้าเจ้าเห็นย่าต้องยอมแกล้งโง่แกล้งเอ๋อหน่อย ไม่อย่างนั้นข้ากลัวว่านางจะพาเจ้ากลับไป”
ถึงแม้จะย้ายทะเบียนออกมาแล้ว แต่ใครจะรับประกันได้ว่าแม่เฒ่าจางจะไม่ทำอะไรชั่วช้าอีก?
จางชุนเถาไม่เหมือนนาง นางแต่งงานออกเรือนไปแล้ว แต่จางชุนเถาเป็นเด็กสาวที่ยังไม่แต่งงาน ต่อให้ทะเบียนอยู่ที่ตัวเองก็อาจจะเ