นจะหนีก็ล้มลงกับพื้น
จางซิ่วเอ๋อกอดจางชุนเถาจากด้านหลังด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ป้าสะใภ้สาม! ชุนเถาโดนผีเข้าสิง ป้ายังไม่รีบไปอีก! เดี๋ยวชุนเถาคลุ้มคลั่งแล้วฟันโดนป้าจะทำอย่างไร?”
เมื่อได้ยินแบบนั้น แม่เถาจึงวิ่งหน้าตื่นออกจากบ้านในบัดดล
ในตอนนั้นเองเหมือนนางจะได้ยินจางชุนเถาร้องไห้โวยวายว่า “พี่ ข้าเห็นเสื้อตัวนั้นอีกแล้ว”
จางซิ่วเอ๋อปลอบอย่างลนลาน “ชุนเถาไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว เจ้ามองผิดแน่ ๆ ไม่ต้องกลัว….”
แม่เถานึกถึงเสื้อตัวนั้นที่ตัวเองเห็นก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย จึงไม่สนอะไรอย่างอื่นทั้งสิ้น ร้องโหยหวนขึ้นมาแล้ววิ่งออกไปข้างนอกด้วยความเร็วสูงสุดที่เคยทำได้ในชีวิตประหนึ่งมีหมาป่าไล่ตามมาด้านหลัง!
ครั้นวิ่งออกจากป่าได้ นางก็ล้มลงกับพื้นด้วยหน้าซีดเผือด พูดตะกุกตะกัก “มีผี ข้า….ข้า….ข้าเห็น…..มีผี…”
แม่เถาพูดไปตัวสั่นไป ท่าทางหวาดกลัวสุดขีด
คนรอบ ๆ เห็นภาพนี้ก็มีสีหน้าตื่นกลัว
ตอนนี้แม่เถากำลังเล่าสิ่งที่ตัวเองเห็นด้านในด้วยเสียงตะกุกตะกัก
จากนั้นหญิงชราอายุมากคนหนึ่งก็พูดขึ้น “ชุนเถาเกือบตาย ไปวนอยู่หน้านรกมาแล้ว แถมกลายเป็นคนเอ๋ออีก พูดตรง ๆ คือนางทำวิญญาณหายไปแล้วนั่นแหละ ก็เป็นไปได้ที่ตอนนี้นางจะถูกผีเข้าสิง…..”
“ส่วนซิ่วเอ๋อนั้นมีดวงกินสามีจนคุณชายเนี่ยตาย ท่าทางนางจะดวงแข็งไม่น้อย ผีสางจึงไม่กล้าเข้าใกล้ ถึงอยู่ในนั้นได้และไม่เป็นอะไร”
คำอธิบายแบบนี้สมเหตุสมผลสุด ๆ!
แต่