แล้ว”
จางชุนเถาเอ่ยเสียงแผ่ว “พี่ พวกเรายังติด…..”
พูดมาถึงตรงนี้ จางชุนเถาหน้าตาเลิกลั่ก
จางซิ่วเอ๋อมีสีหน้าตะลึง “ยังติดอะไร?”
“คือว่าเมื่อก่อน พี่สวี่มักจะแอบเอาของกินมาให้พวกเราสามพี่น้อง หลายครั้งหลายหน…..” จางชุนเถาเกิดความรู้สึกว่า เมื่อก่อนตัวเองไม่น่าตะกละเลย ถ้าไม่กินของของสวี่อวิ๋นซาน ตอนนี้คงแข็งกร้าวได้มากกว่านี้
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังก็เอ่ยขึ้น “ไม่เป็นไร เราคืนก้อนใหญ่ไปก่อน อีกหน่อยพี่หาเงินได้ค่อยให้เขาเพิ่ม ของพวกนั้นถือว่าเราซื้อ!”
จางชุนเถาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ใช่แล้ว เราไม่ชอบเขา ก็จะไม่รับของของเขาแม้แต่ชิ้นเดียว!”
จางซิ่วเอ๋อมีรอยยิ้มบนใบหน้า คิดไม่ถึงว่าจางชุนเถาอายุแค่นี้ก็มีศักดิ์ศรีขนาดนี้
สองพี่น้องคุยเข้าใจกันแล้วก็พากันหลับ
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองตื่นแต่เช้าไปเก็บแหครอบ
เนื่องจากฝนไม่ตก ปลาที่จับได้ครั้งนี้จึงไม่เยอะ แต่ก็ได้มา 10 กว่าตัว
ที่ขายได้ก็มากถึง 10 ตัว!
แต่จางซิ่วเอ๋อไม่คิดว่าจะเจอเรื่องดี ๆ อย่างซาลาเปาตกจากฟ้าอีก ปลาพวกนี้อย่างมากก็ขายได้แค่ 300 เหรียญทองแดงเท่านั้นแหละ
แต่ 300 เหรียญทองแดงก็นับว่าเป็นเงิน จะเก็บปลาพวกนี้ไว้กินก็ทำไม่ได้ อย่างไรเสียต้องขายอยู่ดี
ครั้งนี้นางเองก็ไม่ได้อยากนั่งเกวียนเข้าเมืองเท่าไหร่นัก
แต่เมื่อวานบาดเจ็บที่เอวมา จางซิ่วเอ๋อจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนักตอนเดิน
คราวนี้จางซิ่วเอ๋อไม่มีทางกลับไปขายปลาที่โรงเตี๊ยมนั่น