ขใจเลยสักวันเดียว
แม่โจวโบกมือ “ข้าไม่กินแล้ว”
อารมณ์ก็ไม่ดีอยู่แล้ว ทั้งยังกินอิ่มตั้งแต่ที่บ้านจางซิ่วเอ๋อด้วย เวลานี้จะไปกินซาลาเปาผักที่เห็นแล้วรำคาญใจแบบนี้ลงได้อย่างไร?
จางต้าหูพูดอย่างไม่เข้าใจ “เหมยจื่อ ต่อให้เจ้าไม่อยากกิน ก็นึกถึงตัวน้อยในท้อง….”
ในเวลานั้นเอง จางอวี่หมินก็เดินออกจากห้องและเห็นภาพนี้พอดี
จากนั้นนางจึงโวยวายทันที “พี่สี่ พี่ขโมยของเหรอ? พี่ไม่รู้เหรอว่าวันนี้ข้ากับแม่กินไม่อิ่มน่ะ!”
จางต้าหูพูดด้วยท่าทางทำอะไรไม่ถูก “วันนี้พี่สะใภ้เจ้ายังไม่ได้กินอะไรเลย ข้าเก็บไว้ให้นาง”
“อย่างไรซะในท้องก็ยังเป็นตัวขาดทุนอยู่ดี กินเยอะแล้วจะมีประโยชน์อะไร!” จางอวี่หมินเอ่ยด้วยน้ำเสียงถากถาง
พอนึกถึงเรื่องที่จางซิ่วเอ๋อบังอาจออกไปตั้งตัวเอง ส่วนจางชุนเถาต่อให้ต้องตายก็จะต่อต้านที่ต้องโดนขาย ส่งผลให้สินสอดของนางสลายไปกับอากาศ ทำให้ตอนนี้จางอวี่หมินก็ไม่ชอบหน้าบ้านสี่สุด ๆ
เวลานี้จึงพาลพี่ชายพี่สะใภ้ของตัวเองด้วย
“ในท้องพี่สะใภ้เจ้าอาจจะเป็นลูกชายก็ได้” จางต้าหูเถียง แต่เสียงไม่หนักแน่นนัก
จางอวี่หมินขำพรืด “ตอนคลอดซานหยาพวกพี่ก็พูดแบบนี้ ข้าว่าพวกพี่จะหลอกเอาของกินซะมากกว่า”
ใบหน้าเล็ก ๆ ที่พอดูดีอยู่ของจางอวี่หมินเต็มไปด้วยความร้ายกาจและโหดเหี้ยม
ได้ยินแบบนั้นแม่โจวก็เศร้าขึ้นมา ถ้าท้องนี้ของนางยังเป็นลูกสาวอยู่นางคงต้องไปโดดน้ำแล้วจริง ๆ ต่อให้นางไม่อยากตายบ้านนี้ก็คงไม่เ