บทที่ 22 หยกแขวน
คิดได้ดังนั้น จางซิ่วเอ๋อก็ตัดสินใจว่าจะตามใจตัวเองแล้วไปดูซะหน่อย
ตอนนี้บนเขาก็ไม่มีใคร ทุกคนล้วนกลับไปกินข้าวกันหมดแล้ว มีแต่เด็กตระกูลจางอาภัพไม่มีข้าวเที่ยงกินเท่านั้น แล้วยังต้องทำงานอีก
จางซิ่วเอ๋อรำพึงว่าตัวเองแค่ไปดูครู่เดียวเท่านั้น ถ้าคน ๆ นั้นตายแล้วจะรีบกลับมา
ถ้าคน ๆ นั้นไม่ได้อยู่ที่นั่น แปลว่าเขาไปแล้ว หรือไปตายอยู่ตรงอื่น ซึ่งนั่นก็ยิ่งไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเอง
จางซิ่วเอ๋อชำเลืองมองซานหยา “ซานหยา ข้าจะไปหาดูว่ามีไข่ไก่ป่าไหม เจ้าตัดหญ้าไปก่อนนะ”
จางซานหยาไม่ได้สงสัยอะไร จึงรับคำ “ไปเถอะพี่ใหญ่” พลันนึกไปถึงไข่ไก่ย่างที่ตัวเองเคยกินแล้วก็รู้สึกน้ำลายไหล แต่เมื่อเช้านางกินไปไม่น้อย ต่อให้ตอนนี้นึกถึงของอร่อยแล้วอยากกินอยู่บ้าง ก็ไม่ได้รู้สึกหิวมากนัก
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อเดินไปยังกองหินที่ตัวเองวางคนชุดดำไว้อย่างฉับไว
ก้านไม้ที่นางตั้งไว้ยังอยู่ แต่คนหายไปแล้ว
จางซิ่วเอ๋อเห็นดังนั้นก็อดโล่งใจไม่ได้ โชคดีที่คน ๆ นี้ไม่อยู่แล้ว ถ้าเขาตายอยู่ที่นี่จริง ๆ แล้วทางการรู้เข้าขึ้นมาจะยุ่งเอา แต่ก็ไม่รู้ว่ายุคนี้มีนักสืบเก่ง ๆ หรือเปล่าที่หาเบาะแสที่เชื่อมโยงมาถึงตัวเองได้
ต่อให้ถึงตอนนั้นพิสูจน์ได้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเอง แต่ไปเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมแบบนี้ ก็ไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีนัก
จางซิ่วเอ๋อแหวกก้านไม้ออก ตั้งใจจะทำลายตรงนี้ให้หมด จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่