่งอิสรภาพหรอก
ถึงแม้นางจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รู้สึกได้ว่าพี่สาวตัวเองไม่เหมือนเดิมจริง ๆ
พี่สาวที่เมื่อก่อนนี้อ่อนแอ ขี้แง ตอนนี้แบกฟ้าไว้ได้ผืนนึงแล้ว
ในขณะที่คุยกัน บนฟ้าก็เต็มไปด้วยเมฆครึ้ม ดวงดาวและดวงจันทร์ถูกบดบังจนสิ้น
ลมหนาวพัดมา หญิงสาวที่บอบบางอ่อนแออยู่แล้วแทบจะโดนลมพัดไปด้วย
“ชุนเถา เจ้าจำบ้านร้างในป่าได้ไหม?” จางซิ่วเอ๋อเอ่ย
สีหน้าจางชุนเถาเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ไอ้รู้น่ะข้ารู้ แต่บ้านนั้นมีผี เราจะไปอยู่ที่นั่นเหรอ?”
สีหน้าจางชุนเถาเต็มไปด้วยความกลัว
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า “ก็ดีกว่าตากฝนตายนะ ชุนเถา ตอนนี้เราสองคนก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว อย่างมากก็แค่เจอผี ตายแล้วเราก็ต้องกลายเป็นผี ใครต้องกลัวใครก็ไม่แน่หรอกนะ” ที่นาางรู้จักตรงนั้นก็เพราะเจ้าของร่างกลัวที่นั่นมาก จึงเหลือความทรงจำไว้ให้นางด้วย
จางชุนเถาได้ยินจางซิ่วเอ๋อพูดดังนั้น หน้าก็เริ่มคลายความกลัว เดิมทีนางก็ไม่ใช่ผู้หญิงขี้กลัว จึงเอ่ยอย่างห้าวหาญ “พวกเราไปอยู่ที่นั่นแหละ”
จากนั้นจางซิ่วเอ๋อจึงพาจางชุนเถาเดินเข้าไปในป่า
บ้านหลังนี้ไม่อยู่ในหมู่บ้าน แต่อยู่ในป่าแห่งหนึ่งใต้เขา
ลือกันว่าเมื่อก่อนมีหญิงชราชอบใส่รองเท้าแดงอาศัยอยู่ที่นี่ แต่หลังจากนั้นหญิงชราคนนั้นฆ่าตัวตาย คนเถ้าคนแก่บอกว่าคนที่สวมใส่สีแดงตอนตาย จะกลายเป็นผีเฮี้ยน
คนในหมู่บ้านนี้โง่เขลากันอยู่แล้ว ลือกันปากต่อปาก สุดท้ายจึงกลายเป็นว่าที่นี่มีผีจริง ๆ