ามชั้นชิ้นหนาในถ้วยแล้วก็รู้สึกน้ำย่อยทำงานทันที
นางคีบชิ้นนึงเข้าปาก รสชาติดีเสียจนจางซิ่วเอ๋ออยากจะกลืนลิ้นตัวเองเข้าไปด้วย
ทำเป็นเล่นไป ยุคโบราณไม่มีเนื้อหมูใส่สารเร่ง อร่อยกว่าหมูยุคปัจจุบันเยอะเชียว
ร่างกายนี้ก็ไม่ได้กินของดีแบบนี้มานานแล้ว ตอนนี้อย่างกับคนอดอยากที่ทนแทบไม่ไหว
ทางด้านจางชุนเถาก็มองบะหมี่ถ้วยตรงหน้าด้วยตาเป็นประกาย ชีวิตนี้นางก็ไม่เคยกินของดีขนาดนี้ ปกติเวลาถึงเทศกาลปีใหม่ที่บ้านก็จะทำของอร่อยบ้าง แต่ของพวกนี้จะเข้าปากตัวขาดทุนอย่างนางได้อย่างไร?
ชั่วขณะนั้นเอง สองพี่น้องราวลืมเลือนคำพูดคำจา เหลือเพียงแต่เสียงกินบะหมี่เท่านั้นที่ได้ยิน
พอกินหมดไปถ้วยนึงก็รู้สึกยังไม่สุด จางซิ่วเอ๋อจึงขอน้ำมาซดเพิ่ม
ทางเจ้าของร้านเองก็ใจดี ตักน้ำที่มีมันลอยอยู่เติมให้ทั้งคู่ให้อิ่มหนำ
พอซดน้ำเสร็จ สองพี่น้องถึงได้ลุกขึ้นอย่างพึงพอใจ
“บะหมี่นี่อร่อยจริง ๆ ถ้าแม่เราได้กินด้วยก็คงดี…” จางชุนเถาอุทานออกมา
จางซิ่วเอ๋อนึกและเอ่ยขึ้น “เราไม่สะดวกจะเอาบะหมี่นี่กลับไปด้วย ซื้อเป็นซาลาเปาให้แม่กับน้องเถอะ” ส่วนพ่อไร้ประโยชน์นั่น…เหอะ ยังไม่อยู่ในขอบเขตที่นางจะนึกถึง
จางชุนเถารีบพยักหน้า “แบบนี้ก็ดี”
ซาลาเปาลูกละ 2 เหวิน จางซิ่วเอ๋อคิดไปคิดมาจึงซื้อมา 5 ลูก
นางซื้อเนื้อสุกอีกครึ่งชั่ง ซึ่งเนื้อที่สุกแล้วจะมีราคาแพงหน่อย เนื้อครึ่งชั่งจะขายอยู่ที่ 8 เหรียญ แต่ก็ช่วยไม่ได้แหละนะ นางจะซื้อเนื