้เท่านี้แหละ ส่วนหลังจากนี้เจ้าจะเป็นหรือตาย ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของเจ้าก็แล้วกัน”
พูดจบ จางซิ่วเอ๋อก็ลุกไปหากิ่งไม้วางบดบังร่างของชายคนนี้ไว้
หนึ่งคือบังแดดบังลมได้ สองคืออำพรางคน ๆ นี้ได้ด้วย
จางซิ่วเอ๋อไม่มีความคิดที่จะช่วยให้จนสุดทางหรอก ตอนนี้นางเอาตัวเองยังไม่รอดเลย เพราะงั้นจะยุ่งอะไรมากมายไม่ได้
หากคนอื่นรู้เข้าว่านางช่วยผู้ชายคนหนึ่งไว้ ชื่อเสียงแม่ม่ายใหม่อย่างนางไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง
เรื่องพวกนี้น่ะนางไม่เก็บเอามาใส่ใจหรอก แต่หากทุกคนเอาแต่ทิ่มแทงทำร้ายนาง แล้วแบบนี้นางจะมีชีวิตอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อไปได้อย่างไรละ?
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อต้องรีบออกจากจุดเกิดเหตุให้ไวที่สุด ขออย่าได้มีเรื่องยุ่งยากอะไรอีกเลย แต่ก่อนออกมานางได้กัดฟันทิ้งไข่ปิ้งที่ตัวเองตั้งใจเก็บไว้กินเองให้ชายหนุ่มด้วยฟองนึง
เวลานี้ก็ใกล้เที่ยงแล้ว จางซิ่วเอ๋อกลัวว่าจางชุนเถาจะตามหานาง จึงรีบเดินทางกลับอย่างรวดเร็ว
ตอนขากลับ จางซิ่วเอ๋อล้มโดยไม่ทนระวัง เนินเขาที่นี่ถือว่าชันอยู่ นางกลิ้งลงไปตามเนินเขาอยู่นานกว่าจะสามารถจับต้นไม้ต้นหนึ่งไว้และหยุดกลิ้งได้
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อรู้สึกเจ็บจนราวกับว่าอวัยวะภายในของตัวเองกำลังออกมาจากร่างแล้วก็ไม่ปาน
นางร้องโอ้ยออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแผลต้องฉีกแน่
จางซิ่วเอ๋อพิงต้นไม้และเหนื่อยหอบ แต่ทันใดนั้นสายตานางก็นิ่งงันไป
ต้นไม้ที่นางพิงอ