้า กลับเข้าทางประตูข้างแทน
จางซิ่วเอ๋อกำลังหยิบหมั่นโถวที่เริ่มบูดเสียแล้วออกมากินจากแขนเสื้อ แม่เฒ่าจางบอกว่าไหน ๆ นางก็จะแต่งงานแล้ว กินมากก็เสียมาก จึงไม่ให้ข้าวนางกิน นี่เป็นหมั่นโถวที่นางเก็บไว้ก่อนหน้า
วันนี้ทางตระกูลเนี่ยก็ไม่มีแขกเหรื่ออะไร เพราะเรื่องแก้ชงไม่ใช่เรื่องควรบอกผู้อื่น อีกอย่างหนึ่งเถ้าแก่เนี่ยก็มีร่างกายทรุดโทรมลงไปมากเพราะคุณชายเนี่ยป่วย ตอนนี้จึงไม่มีแรงจะรับแขกจริง ๆ
“ฮูหยิน นางมาถึงหรือยัง” เถ้าแก่เนี่ยถามด้วยความร้อนใจ
คุณนายเนี่ยเป็นสตรีที่ดูแล้วอายุแค่สามสิบนิด ๆ เรียกได้ว่ายังสวยสง่าพราวเสน่ห์อยู่ นางยิ้มบางและเอ่ยตอบ “ถึงแล้วค่ะ”
สิ้นคำตอบก็มีชายแก่ตัวผอมแห้งเดินเข้ามาอย่างเร่งร้อน “คุณ…คุณชายสิ้นลมแล้วขอรับ”
เถ้าแก่เนี่ยได้ฟังก็โงนเงนหงายหลังล้มลงไป
ส่วนคุณนายเนี่ยได้ฟังดังนั้นก็มีรอยยิ้มที่ดูแทบไม่ออกผุดขึ้น
…..
กลางหมู่บ้านมีต้นเซี่ยงมู่(1)ที่กิ่งก้านใบแผ่ออกไปกว้างใหญ่ไพศาล ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยง มีคนไม่น้อยที่กลับมาจากไปทำนาหรือไปขุดผักก็อดแวะพักที่นี่เสียไม่ได้
ตอนนี้มีหญิงชราหลายคนกำลังสนทนาเรื่องราวบางอย่างกันอย่างออกรส
“นี่ ข้าว่าคราวนี้ตระกูลจางคงสบายแล้วล่ะ”
“นั่นน่ะสิ ครั้งนี้นังหลานสาวคนโตตระกูลจางได้แต่งกับตระกูลที่ดี หลังจากนี้ตระกูลจางคงใช้ชีวิตเหมือนคนรวยไปได้ทั้งชาติ”
ยายแก่อายุห้าสิบต้น ๆ คนหนึ่งเดินไพล่มือไปรอบ ๆ ราวกับไก่ชนที่สู้ชนะ