ึ่งเวลานี้นางกำลังยุ่งตัวเป็นเกลียว พอเห็นว่าประทินโฉมเจ้าสาวได้ที่แล้ว นางก็ออกไปดูว่าคณะรับตัวเจ้าสาวมาหรือยัง
เวลานี้จึงเป็นโอกาสของจางอวี่หมิน นางมองปิ่นปักผมบนศีรษะของจางซิ่วเอ๋อด้วยความอิจฉาและโวยวายขึ้นมาอย่างวางท่า “นี่เจ้า จงดึงปิ่นอันนั้นลงมาสิ”
จางซิ่วเอ๋อเหลือบมองจางอวี่หมินพร้อมกับเนื้อตัวสั่นเทา และเอ่ยเสียงแผ่ว “ปิ่นนี้เป็นสมบัติของตระกูลเนี่ย ข้าให้…ให้ท่านอาหญิงไม่ได้”
นิสัยของจางซิ่วเอ๋อนั้นนับว่าอ่อนแอยิ่ง มารดาของนางมีบุตรีติดกัน 3 คน แม่เฒ่าจางจึงไม่ชอบมารดาของนางและไม่ชอบนางยิ่งกว่า ส่วนจางอวี่หมินผู้เป็นอาหญิงนั้นเป็นบุตรีที่แม่เฒ่าจางมีตอนชรา นางจึงเป็นลูกรักสุดหวงแหน ทำให้จางซิ่วเอ๋อถูกจางอวี่หมินรังแกอยู่บ่อย ๆ
จางอวี่หมินขมวดคิ้ว ใบหน้าที่ถือว่าสะอาดสะอ้านเริ่มบิดเบี้ยว
นางเดินไปหยิกจางซิ่วเอ๋ออยู่หลายทีพร้อมกับด่าอย่างโกรธเกรี้ยว “เจ้ายังไม่ทันได้แต่งเข้า ก็ริอ่านวางท่าเป็นคุณนายแล้วหรือ?”
จางซิ่วเอ๋อกัดฟันอดกลั้น ไม่กล้าต่อต้านและไม่กล้าร้องแสดงความเจ็บปวด
ขณะนั้นเองจางอวี่หมินก็กำลังดึงปิ่นทองคำแท้อันนึงลงจากศีรษะของจางซิ่วเอ๋ออย่างสะใจ ก่อนนำมาปักบนศีรษะตนเอง เนื่องจากในบ้านไม่มีคันฉ่อง นางจึงอาศัยส่องเงากับน้ำในกะละมังล้างหน้าด้วยความพึงพอใจยิ่ง
จากนั้นก็กลอกตาไปมา นึกเสียดายในใจด้วยเรื่องที่ว่าไม่สามารถแกะเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกมาได้
คิดเช่นนี้แล้วนาง