เปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่เธอก็ยิ้มออกมา “ใช่ค่ะ หนูไปกับหลิวซิง”“ไปทางอุทยานหลวงฝั่งตะวันออกหรือไม่คะ?”เสินจื่ออี้ดวงตาลุ่มลึก แต่ยังคงรักษาความสงบไว้ได้“คุณป้าถามเช่นนี้ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือคะ?” เธอยิ้มย้อนถามคุณป้าไฉ่มองเธอแวบหนึ่ง “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่อุทยานหลวงหรอก แต่ในวังนี้ไม่เคยสงบเลย ความสงบตอนนี้เป็นเพียงชั่วคราว คุณหนูเสิ่นก็เคยผ่านมรสุมมาแล้ว คงรู้ดีถึงคุณค่าของความสงบ”เสินจื่ออี้ค่อย ๆ ก้มศีรษะลงเธอไม่ได้ไม่เข้าใจคำเตือนและคำตักเตือนของคุณป้าไฉ่เสินจื่ออี้หัวเราะเบา ๆ “คุณป้าอยู่ในวังมานาน เห็นคนมากมายขึ้นสูงและตกต่ำ คงเข้าใจดีว่าความรู้สึกถูกบังคับให้ทำอะไร มันเป็นอย่างไร”คุณป้าไฉ่ขมวดคิ้ว ส่ายหน้า ดูเหมือนจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเสินจื่ออี้ คิดว่าเธอกลับมาที่ตำหนักบูรพาแล้วยังไม่รู้จักพอ ยังออกไปหาเรื่องกับคนอื่นอีก เมื่อเห็นว่าเธอไม่ฟัง คุณป้าไฉ่มีแววผิดหวังในดวงตา แล้วก็ไม่พูดอะไรอีกอาหารกลางวันนี้ เสินจื่ออี้ทานกับหลิวซิงและคนอื่น ๆพวกเขาไม่ยอมนั่งกินกับเธอ เสินจื่ออี้ต้องพูดจาโน้มน้าวจนสาวใช้พวกนั้นยอมนั่งลงเสินจื่ออี้บอกว่า วันนี้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบาย หลังจากกินอาหารกลางวันก็อยากพักผ่อนคนเดียว ให้พวกเธอไม่ต้องติดตามเธอหลิวซิงไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่เป็นห่วงสุขภาพของเสินจื่ออี้“พี่จื่ออี้คะ พูดถึงเรื่องนี้แล้ว กลับมาครั้งนี้พี่ได้ให้หมอหลวงหลินผู้เฒ่าตรวจร่างกายบ้างหร