คุณป้าไฉ่กล่าวว่า “องค์รัชทายาท นิสัยของคุณหนูเสิ่น พระองค์ก็ทรงทราบดีหากเธอไม่เต็มใจ การบังคับก็คงไม่ได้ผล ตอนนี้พอดีที่ฝ่ายฮองเฮาคอยจับตาดูตำหนักบูรพาอยู่ตลอด ไม่เท่าไรปล่อยให้เป็นไปตามใจคุณหนูเสิ่นเถอะพ่ะย่ะค่ะ”ทั้งเป็นไปตามความต้องการของเสินจื่ออี้ และยังทำให้ฮองเฮายวนพอใจขึ้นบ้างนับว่าเป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ไม่ทำให้เรื่องราวเคร่งเครียดจนเกินไปเสี่ยวเสวียนฉีไม่ได้กังวลเกี่ยวกับพระมารดาเลยแม้แต่น้อย ฮองเฮายวนถึงอย่างไรก็เป็นพระมารดาของเขา หากนางต้องการจัดการเสินจื่ออี้จริง คงลงมือตั้งนานแล้ว ตราบใดที่เขายังอยู่ พระมารดาก็คงไม่ทำร้ายเธออย่างเปิดเผย เขาเพียงแต่รู้สึกว่า เสินจื่ออี้ช่วงสองวันนี้ แปลกไปจริงๆแม้ว่า เสินจื่ออี้คนเดิมก็เป็นเช่นนี้ มีท่าทีกับเขาที่เดี๋ยวเย็นชาเดี๋ยวอ่อนโยนไม่แน่นอน แต่ท่าทีของเธอในช่วงสองวันนี้ กลับให้ความรู้สึกประหลาดอย่างยิ่งแก่เสี่ยวเสวียนฉีเขาก็อธิบายไม่ถูกเช่นกัน แต่โดยรวมแล้วก็คือมันผิดปกติ“องค์รัชทายาท แล้วสำหรับอาหารค่ำวันนี้…”“อืม เธอไม่อยากกินอาหารค่ำที่วังหยูฮวา ก็ตามใจเธอ เลือกอาหารที่เธอชอบที่สุดสักไม่กี่อย่าง แล้วส่งคนไปนำไปส่งที่ตำหนักข้างเถอะ”“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท” คุณป้าไฉ่มองไปยังตำหนักข้างอย่างอยากรู้อยากเห็นราวกับพูดผ่านปากไปว่า “ไม่ทราบว่าตำหนักข้างมีผู้ใดพักอยู่ ถึงกับทำให้องค์รัชทายาททรงเอาใจใส่เช่นนี้”เรื่องที่เสินจั้นพั