กอยู่ที่นี่ นอกจากเสี่ยวเสวียนฉี เยว่เมอ และหมอหลวงหลินผู้เฒ่าซึ่งเป็นบุคคลภายนอกแล้ว ก็ไม่มีใครรู้อีกเลยเสี่ยวเสวียนฉีช้อนตามองคุณป้าไฉ่คุณป้าไฉ่หุบปากลงทันที “นี่บ่าวพูดมากไปเองเพคะ”“อืม นำไปส่งเถอะ”เมื่อส่งอาหารค่ำไปที่ตำหนักข้าง เสินจื่ออี้มองดูแล้วก็กล่าวเสียงเย็น “ข้ากินแล้วเก็บทั้งหมดกลับไปเถอะ”นางกำนัลที่มาส่งของต่างพูดอย่างอึกอัก“คุณหนูเสิน นี่เป็นพระประสงค์ขององค์รัชทายาท หากคุณหนูเสินไม่แตะต้องแม้แต่คำเดียว องค์รัชทายาทคงไม่ละเว้นพวกเราแน่”ความตกใจกลัวและความหวาดกังวลบนใบหน้าของนางกำนัลไม่ใช่การแกล้งทำพวกเขากลัวเสี่ยวเสวียนฉีจริงๆเสินจื่ออี้ไม่อยากทำให้พวกเขาลำบากใจ จึงกล่าวว่า “วางไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวเมื่อข้าหิวจะกิน”“แบบนั้น…”วางไว้แล้วไม่กิน กับให้เก็บกลับไปต่างกันตรงไหนนางกำนัลทั้งหลายทำหน้าลำบากใจ“คุณหนูเสิน…”“ออกไปให้หมด” ในตอนนั้น ร่างของชายหนุ่มปรากฏที่ประตูตำหนักร่างสูงใหญ่นั้น พร้อมกับแสงจันทร์ด้านหลัง ค่อยๆ ทอดยาวปกคลุมรอบกายเสินจื่ออี้ ห่อหุ้มเธอไว้ในนั้นเสินจื่ออี้ร่างสั่นระริก แต่ก็ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างมั่นคง ไม่พูดอะไร“ไม่ชอบกินหรือ” เสี่ยวเสวียนฉีสำรวจดูอาหารบนโต๊ะ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเสินจื่ออี้ก้มดวงตาลงต่ำ “กินแล้ว”เสี่ยวเสวียนฉีหัวเราะเย็นชา ราวกับกำลังเยาะเย้ยคำโกหกอันน่าขบขันของเธอเสินจื่ออี้ดูเหมือนจะรู้สึกว่าคำพูดของตนมีอะไรน่าขันอยู่บ้าง