เย็นพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”เสินจื่ออี้ปรับอารมณ์ ตอบรับเบาๆ แล้วเดินมา ขณะที่เธอนั่งลง หางตาสังเกตเห็นว่าคืนนี้ยามที่คอยลาดตระเวนนอกลานน้อยกว่าปกติเธอคิดว่าตัวเองมองผิด จึงออกไปสังเกตอีกครั้ง และแน่ใจว่าคืนนี้มีคนในป่าเขาน้อยลงกว่าเดิมภายหลังถึงได้ยินเสี่ยวเยว่เล่าว่า มีมือสังหารบุกเข้าวังหลวง เสี่ยวเย่จึงดึงกำลังส่วนหนึ่งไปตรวจตราที่วังหลวงตอนแรก เสินจื่ออี้กังวลว่านี่อาจเป็นกับดักที่เสี่ยวเย่วางไว้เพราะสงสัยเธอ แรกๆเธอจึงไม่คิดจะลงมือ หลายวันต่อมาก็ยังเป็นเช่นเดิม ทำให้เสินจื่ออี้ค่อยๆ วางใจถือโอกาสที่วันนี้ยามเบาบางลง เสินจื่ออี้ส่งเสี่ยวเยว่ไปทำธุระ แล้วออกไปยังกระท่อมนั้นอีกครั้งตามความทรงจำก่อนหน้า เธอเดินทวนลำธารขึ้นไป ไม่นานก็มาถึงบริเวณกระท่อมไม้ยามที่เฝ้ากระท่อมก็เบาบางลงกว่าเดิมเช่นกัน มีเพียงไม่กี่คนเดินลาดตระเวนรอบๆเสินจื่ออี้โยนก้อนหินที่เตรียมไว้ออกไป สร้างเสียงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะที่คนพวกนั้นวิ่งตามเสียงไป เธอก็รีบพุ่งตัวเข้าไปในกระท่อมยืนอยู่หน้าประตูกระท่อม เสินจื่ออี้สูดลมหายใจลึกๆถ้าก้าวนี้ก้าวออกไปจริงๆ บางทีเธอกับเสี่ยวเย่อาจไม่มีวันหวนคืนสู่อดีตได้อีกหลายวันมานี้ไม่มีวี่แววของพี่ชาย เสินจื่ออี้รู้สึกว่าพี่ชายไม่น่าจะหายไปนานขนาดนี้นอกจากจะมีความเป็นไปได้แค่อย่างเดียวพี่ชายถูกจับตัวไปด้วย!เสินจื่ออี้หลับตาลง ลังเลชั่วครู่ เธอกัดริมฝีปาก สุดท้ายก็เลือกที่จะก้าว