เท้า!แต่ภาพที่เห็นเมื่อเข้าไปข้างใน กลับทำให้เสินจื่ออี้ประหลาดใจในกระท่อมไม่มีความน่าสะพรึงกลัวและเลือดนองพื้นอย่างที่เธอคิดไว้ที่นี่เป็นเพียงกระท่อมธรรมดาข้างในตกแต่งเรียบง่ายไม่มีลักษณะของ ‘ห้องทรมาน’ เลยแม้แต่น้อยวันนั้นเธอเห็นกับตาว่าเสี่ยวเย่เดินออกมาจากที่นี่ และยังเช็ดเลือดที่มือด้วย จะเป็นแบบนี้ได้อย่างไร?เธอคิดว่าเสี่ยวเย่จงใจจัดฉาก จึงพยายามค้นหาความผิดปกติในกระท่อมแต่หลังจากเดินดูรอบห้องด้านนอก ร่องรอยการใช้งาน รวมถึงร่องรอยการอยู่อาศัยบนพื้นและฝาผนัง ล้วนไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในวันสองวัน และยิ่งไม่ใช่สิ่งที่จะปลอมแปลงได้เธอคิดผิดหรือ?ในขณะนั้น เสียงเคลื่อนไหวดังมาจากห้องด้านในเสินจื่ออี้รีบเดินเข้าไปมีคนอยู่ที่นี่แต่กลับเป็นคนที่เสินจื่ออี้ไม่คาดคิดมาก่อน!คือ…“คุณหนูจาง?”เสินจื่ออี้เดินเข้าไปจางเยียนเยียนยังคงหมดสติ ที่ข้อมือมีรอยแผลที่เพิ่งตกสะเก็ดจากตำแหน่งและมุมของแผล ดูเหมือนเธอทำร้ายตัวเอง“เจ้ามาจนได้” เสียงของเสี่ยวเย่ดังขึ้นทันทีจากด้านหลังเสินจื่ออี้ตัวแข็งทื่อ รีบหันไปมอง“เสี่ยว… เสี่ยวเย่…”เสี่ยวเย่สีหน้าสงบ ไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่เธอจินตนาการ เขามองคนที่สลบอยู่บนเตียงแวบหนึ่ง แล้วเดินเข้ามาหาเสินจื่ออี้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ข้าไม่ได้ตั้งใจปิดบังเจ้า ใช่ อย่างที่เจ้าเห็น คุณหนูจางก็อยู่ที่นี่”เสินจื่ออี้ขมวดคิ้วมองเขา “นี่มันเรื่องอะไรกันแน่”เสี่ยวเย่บอก